⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1800/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่กำหนดเวลาเช่ากว่าสามปี หากมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะมีผลบังคับได้เพียงสามปีเท่านั้น และคู่สัญญาจะบังคับให้จดทะเบียนสัญญาเช่าที่เกินกำหนดสามปีนั้นไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าที่พิพาทระหว่างโจทก์ทั้งสี่กับจำเลยร่วมมีกำหนดระยะเวลาการเช่า 30 ปี เมื่อมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมฟ้องร้องบังคับได้เพียง 3 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 538 แม้สัญญาเช่าระบุว่า เมื่อได้ชำระค่าเช่าครบแล้วเจ้าของที่จะจัดให้จดทะเบียนสัญญาเช่า จำเลยร่วมก็ไม่มีสิทธิบังคับโจทก์ทั้งสี่ให้ไปจดทะเบียนได้ การที่โจทก์ทั้งสี่ไม่จดทะเบียนการเช่าให้จำเลยร่วมจะถือว่าโจทก์ทั้งสี่ผิดสัญญาหาได้ไม่ และเมื่อโจทก์ทั้งสี่บอกเลิกสัญญาเช่าซึ่งถือว่าเป็นการเช่าที่ไม่กำหนดเวลาเนื่องจากโจทก์ทั้งสี่ไม่ทักท้วงในการที่จำเลยร่วมอยู่ต่อมาภายหลังสัญญาเช่าสิ้นกำหนดลงตามมาตรา 566และ 570 แล้ว โดยให้เวลาก่อนฟ้องเกินกว่า 2 เดือน สัญญาเช่าย่อมระงับไป โจทก์ทั้งสี่จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยร่วมได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท เมื่อประมาณปี 2529 จำเลยกับพวกได้บุกรุกเข้าไปอยู่ในที่ดินของโจทก์ทั้งสี่โดยไม่มีสิทธิ ขอให้บังคับให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสี่และส่งมอบที่ดินคืนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ในสภาพเรียบร้อยและห้ามเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินต่อไปและให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสี่พร้อมดอกเบี้ย โจทก์ที่ 1 บอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาตจำหน่ายคดีจำเลยที่ 1 จากสารบบความ จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 อยู่ในที่พิพาทตามที่รับมอบหมายจากนายฮาโรล ที.กริฟฟิน ที่เช่าที่พิพาทมาจากโจทก์ตั้งแต่ปี 2510 โจทก์ทั้งสี่เป็นฝ่ายผิดสัญญา อายุสัญญาเช่ามีกำหนด 30 ปี โจทก์ทั้งสี่ต้องไปจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกนายฮาโรลที.กริฟฟิน เข้าเป็นจำเลยร่วมเนื่องจากจำเลยที่ 2 อ้างว่าได้อยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่าที่นายฮาโรล ที.กริฟฟินได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ทั้งสี่มีกำหนด 30 ปี ซึ่งมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์ทั้งสี่ได้บอกเลิกสัญญาให้นายฮาโรลที.กริฟฟินออกไป ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2530 ขอให้พิพากษาขับไล่นายฮาโรล ที.กริฟฟิน ออกจากที่พิพาทและให้ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารพร้อมกับรื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาทและให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่ตามอัตราในฟ้องเดิมของโจทก์ทั้งสี่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เรียกนายฮาโรล ที.กริฟฟิน เข้าเป็นจำเลยร่วม จำเลยร่วมให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยร่วมและบริวารอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าที่ทำกับโจทก์ทั้งสี่ และผู้ให้เช่ารายอื่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2510 หลังจากจำเลยร่วมได้ทำสัญญากับโจทก์ทั้งสี่แล้ว ได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์ทั้งสี่ครบถ้วนจำเลยร่วมเดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้มอบให้ภรรยาและบริวารดูแลทรัพย์สินแทนนับเวลาที่อยู่ในที่เช่า 20 ปีแล้วโจทก์ทั้งสี่มิได้ท้วงติงจึงถือว่าเป็นการให้สัตยาบันในการอยู่ในที่พิพาทของจำเลยร่วมและบริวาร โจทก์ทั้งสี่ไม่มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาเช่าที่พิพาทและบอกกล่าวขับไล่จำเลยร่วม เพราะโจทก์ทั้งสี่ประพฤติผิดสัญญาโดยสัญญาข้อที่ 3 กำหนดไว้ว่าโจทก์ทั้งสี่ต้องเป็นผู้นำสัญญาเช่าที่ดินไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่โจทก์ทั้งสี่หาได้นำไปจดทะเบียนไม่ เมื่อโจทก์ทั้งสี่ผิดสัญญาเช่าที่พิพาท จึงขอบังคับให้โจทก์ทั้งสี่ปฏิบัติตามสัญญาเช่า โจทก์ทั้งสี่ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า สัญญาเช่ามีข้อตกลงว่าจะนำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่หาได้มีการเรียกร้องให้ไปจดทะเบียนการเช่าจนถึงทุกวันนี้ไม่ จำเลยร่วมจะอ้างสัญญาเช่าและบังคับให้โจทก์ทั้งสี่ไปจดทะเบียนการเช่าไม่ได้สัญญาเช่าเป็นสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีผลผูกพันเพียง 3 ปีขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสี่กับส่งมอบคืนแก่โจทก์ทั้งสี่และห้ามเกี่ยวข้องต่อไป ให้จำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่คำขอของโจทก์ทั้งสี่นอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องแย้งของจำเลยร่วมจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 2 ในฐานะบริวารของจำเลยร่วมไม่ต้องชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยร่วมทั้งสี่สำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยร่วมทำสัญญาเช่าที่พิพาทจากโจทก์ทั้งสี่เมื่อปี 2510 มีกำหนดเวลา 30 ปีทำสัญญากันเองโดยไม่ได้จดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ครบกำหนด 3 ปีแล้วจำเลยร่วมและบริวารยังอยู่ในที่พิพาทต่อมาโดยโจทก์ทั้งสี่ไม่ได้ทักท้วง โจทก์ทั้งสี่ได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าถึงจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมก่อนฟ้องเกินกว่า 2 เดือน จำเลยร่วมฎีกา ตามสัญญาเช่าข้อที่ 3 โจทก์ทั้งสี่มีหน้าที่ไปจดทะเบียนการเช่าให้จำเลยร่วม แต่โจทก์ทั้งสี่ ไม่ไปจดทะเบียนตามนัดจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ต้องไปจดทะเบียนการเช่าให้จำเลยร่วม และโจทก์ทั้งสี่ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยร่วม เห็นว่า ตามสัญญาเช่าที่พิพาทเอกสารหมาย ล.2 ถึง ล.5 มีกำหนดระยะเวลาการเช่า 30 ปีเมื่อมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ย่อมฟ้องร้องบังคับได้เพียง 3 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 และแม้ในสัญญาเช่าข้อที่ 3 ระบุไว้มีข้อความว่า "เมื่อได้ชำระค่าเช่าครบถ้วนแล้วเจ้าของที่จะจัดให้จดทะเบียนสัญญาเช่าและค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจดทะเบียนเช่นว่านี้ให้ผู้เช่าจ่าย" จำเลยร่วมก็ไม่มีสิทธิบังคับโจทก์ทั้งสี่ให้ไปจดทะเบียนได้ การที่โจทก์ทั้งสี่จดทะเบียนการเช่าให้จำเลยร่วม จะถือว่าโจทก์ทั้งสี่ผิดสัญญาหาได้ไม่และเมื่อโจทก์ทั้งสี่บอกเลิกสัญญาเช่าซึ่งถือว่าเป็นการเช่าที่ไม่กำหนดเวลาเนื่องจากโจทก์ทั้งสี่ไม่ทักท้วงในการที่จำเลยร่วมอยู่ต่อมาภายหลังสัญญาเช่าสิ้นกำหนดตามมาตรา 566 และ 570 แล้วสัญญาเช่าดังกล่าวย่อมระงับไป โจทก์ทั้งสี่จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยร่วมได้ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2535 นาย ใย ไกล กล โจทก์ นาย คำ ชิน แสน กับพวก จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นาย ฮาโรล ที.กรีฟฟิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ใย ไกล กล · จำเลย - นาย คำ ชิน แสน กับพวก · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - นาย ฮาโรล ที.กรีฟฟิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนัด หมายสวัสดิ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1111/2494ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1439/2524ฎีกา 1437/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 3193/2534ฎีกา 1292/2523ฎีกา 247/2529ฎีกา 514/2499ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 2132/2538ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 3303/2532ฎีกา 704/2507ฎีกา 4511/2529ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 2509/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา