คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1731/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลมีอำนาจฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาได้ แม้คำขอจะทำเป็นคำขอฝ่ายเดียว
2. เขตอำนาจศาลไม่ใช่ประเด็นที่ศาลต้องวินิจฉัยในชั้นขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา
ย่อคำพิพากษา
แม้การขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 254 (2) บัญญัติให้ทำเป็นคำขอฝ่ายเดียว แต่ศาลก็มีอำนาจที่จะฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งยหรือคู่ความอื่น ๆ ก่อนออกคำสั่งได้ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 21 (3)
เรื่องเขตอำนาจศาลไม่ใช่ประเด็นที่ศาลจะต้องชี้ขาดในชั้นขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ตราบใดที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้พิพากษาหรือจำหน่าย-คดีออกจากสารบบความ คู่ความย่อมมีสิทธิขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเกาะไหวิลเลจ · จำเลย - นายลือพงษ์ อ๋องเจริญ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประดิษฐ์ เอกมณี · ชลิต ประไพศาล · สุเมธ อุปนิสากร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายอรุณ จันทร์เกิด · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวินัย วิมลเศรษฐ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา