⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 286/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำซัดทอดของผู้กระทำผิดในชั้นสอบสวนที่ผู้ซัดทอดกลับคำให้การในชั้นศาล ถือเป็นพยานบอกเล่าที่ไม่มีน้ำหนักเพียงพอจะลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลย เนื่องจากคำซัดทอดของผู้กระทำผิดคนอื่นในชั้นสอบสวน ในชั้นศาลผู้ซัดทอดเบิกความว่า คนที่กระทำความผิดไม่ใช่จำเลย คำซัดทอดชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่าไม่มีน้ำหนักพอจะฟังลงโทษจำเลยได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 26, 75, 76, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 8 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) ลงวันที่ 17 กันยายน 2522 เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 ข้อ 4(1) จำเลยให้การปฎิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคสอง ประกอบมาตรา76 วรรคสอง จำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในคืนเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับนายสมควร ชาแสนในข้อหามีกัญชาน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายพร้อมรถจักรยานยนต์ของจำเลยหนึ่งคัน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยร่วมกระทำผิดกับนายสมควร ชาแสนหรือไม่ จ่าสิบตำรวจณรงค์ พลไชย สิบตำรวจเอกลำปาง บุญฑลและพลตำรวจสมัครไพศาล ศรีกระแจะ พยานโจทก์เบิกความว่า ขณะตั้งจุดตรวจเห็นรถจักรยานยนต์แล่นมาหนึ่งคัน เรียกให้หยุด เมื่อรถหยุดชายคนที่ขับรถจักรยานยนต์วิ่งหนีเข้าป่าไป ส่วนคนที่นั่งซ้อนท้ายจับไว้ได้ชื่อนายสมควร ชาแสน ค้นพบกัญชา 2 ถุง และยึดรถจักรยานยนต์ไว้ด้วย พยานโจทก์ดังกล่าวคงมีแต่พลตำรวจสมัครไพศาลเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เบิกความว่าจำคนที่หลบหนีได้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะไม่รู้จักมาก่อน ต่อมาอีกเกือบปีเมื่อจับจำเลยได้พยานจึงจำได้ว่าคนที่หลบหนีเข้าป่าในคืนเกิดเหตุคือจำเลย เห็นว่าเหตุเกิดเวลากลางคืนที่เกิดเหตุไม่มีแสงสว่างคงมีแต่แสงไฟฉายของตำรวจ พลตำรวจสมัครไพศาล เห็นคนที่หลบหนีเพียงแวบเดียวไม่น่าเชื่อว่าพยานปากนี้จะจำคนที่หลบหนีได้เพราะไม่รู้จักมาก่อนเหตุที่จับจำเลยมาให้พยานปากนี้ดูหลังจากเกิดเหตุเกือบปีก็จับเพราะคำซัดทอดในชั้นสอบสวนของนายสมควร ชาแสน แต่ในชั้นศาลนายสมควร ชาแสน กลับเบิกความว่า คนขับรถจักรยานยนต์ที่หลบหนีไปในคืนเกิดเหตุ ชื่อนายเพลินไม่ใช่จำเลยนี้ โจทก์คงมีแต่คำซัดทอดของนายสมควร ชาแสนในชั้นสอบสวนซึ่งเป็นพยานบอกเล่าไม่มีน้ำหนักพอจะฟังลงโทษจำเลยได้ คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกระทำผิดกับนายสมควร ชาแสน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด สกลนคร โจทก์ นาย ประจักษ์ มี นิสัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สกลนคร · จำเลย - นาย ประจักษ์ มี นิสัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4499/2531ฎีกา 3219/2516ฎีกา 880/2502ฎีกา 1640/2526ฎีกา 729/2489ฎีกา 949/2530ฎีกา 4979/2541ฎีกา 3012-3013/2543ฎีกา 1496/2543ฎีกา 899/2487ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1120/2521ฎีกา 2414/2515ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1404/2512ฎีกา 6759/2540ฎีกา 7847/2544ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4519/2544ฎีกา 186/2514ฎีกา 915/2478ฎีกา 1794/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ