⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 345/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้น แม้จะรับฟังลงโทษผู้รับสารภาพได้ แต่จะนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อลงโทษผู้ต้องหาอื่นที่ถูกซัดทอดหาได้ไม่ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดที่แสดงว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 คงมีแต่คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1และที่ 2 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ซึ่งเป็นเพียงพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย และจำเลยที่ 2 ยังนำสืบปฏิเสธว่าคำรับดังกล่าวเกิดจากการถูกบังคับขู่เข็ญ จึงไม่อาจนำมาฟังลงโทษจำเลยที่ 2ได้ ส่วนคำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยนั้น เป็นคำให้การซัดทอดของผู้ต้องหาด้วยกัน และไม่สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 3ซึ่งมิได้ให้การพาดพิงถึงจำเลยที่ 2 โจทก์จึงจะอาศัยคำให้การซัดทอดดังกล่าวมาใช้ยันเพื่อลงโทษจำเลยที่ 2 หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 264, 265, 268, 341, 342 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ให้จำเลยที่ 1และที่ 2 ร่วมกันคืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์ 1 คัน ราคา 42,000 บาทและให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันคืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์1 คัน ราคา 42,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย และริบของกลาง จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพฐานใช้เอกสารราชการปลอมและฉ้อโกง ข้อหานอกนั้นให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 268 วรรคแรก, 342(1) ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 อันเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3คนละ 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 กระทำความผิดรวม 2 กระทง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงลง 2 ปี รวมเป็นจำคุก 4 ปี จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นศาลบางส่วนกับคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสาม และข้อนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1 ปี 4 เดือน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันคืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์ 1 คัน เป็นเงิน25,000 บาท แก่ผู้เสียหายกับให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันคืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์ 1 คัน เป็นเงิน 25,000 บาท แก่ผู้เสียหายริบของกลาง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมารับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ว่าร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มี นางรัชนีรังคกูลนุวัฒน์ ผู้เสียหาย นายโอภาส รังคกูลนุวัฒน์ นายทองแดงดวงอาจ และร้อยตำรวจโทศันสนะ แก้วทับทิม พนักงานสอบสวนเป็นพยานต่อศาล ตามคำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวมาไม่มีพยานคนใดรู้เห็นการกระทำของจำเลยที่ 2 ทั้งไม่ปรากฏว่าโจทก์มีพยานหลักฐานอันใดที่แสดงว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 โจทก์คงมีแต่คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 และที่ 2ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นพยานเท่านั้น ซึ่งเป็นเพียงพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย และจำเลยที่ 2 ยังนำสืบปฏิเสธว่าคำรับดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเกิดจากการถูกบังคับขู่เข็ญจึงไม่อาจนำมาฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ได้ ส่วนคำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยนั้นเป็นคำให้การซัดทอดของผู้ต้องหาด้วยกัน และไม่สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 3 ซึ่งมิได้ให้การพาดพิงถึงจำเลยที่ 2 แต่อย่างใดเมื่อโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็น หรือพยานพฤติเหตุแวดล้อมมาสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดแล้ว โจทก์จะอาศัยคำให้การซัดทอดดังกล่าวมาใช้ยันเพื่อลงโทษจำเลยที่ 2 หาได้ไม่ พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่เพียงพอที่จะให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด สุรินทร์ โจทก์ นาย ประจวบ พิบาล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สุรินทร์ · จำเลย - นาย ประจวบ พิบาล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4499/2531ฎีกา 286/2536ฎีกา 3219/2516ฎีกา 880/2502ฎีกา 1640/2526ฎีกา 729/2489ฎีกา 949/2530ฎีกา 4979/2541ฎีกา 3012-3013/2543ฎีกา 1496/2543ฎีกา 899/2487ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1120/2521ฎีกา 2414/2515ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1404/2512ฎีกา 6759/2540ฎีกา 7847/2544ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4519/2544ฎีกา 186/2514ฎีกา 915/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ