คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3458/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาซื้อขายที่ดินไม่ได้กำหนดเวลาในการทำสัญญาซื้อขายไว้ คู่สัญญาจะต้องตกลงกำหนดเวลาทำการซื้อขายกันอีกครั้งในเวลาอันสมควร หากไม่มีการกำหนดเวลาดังกล่าวและทิ้งช่วงเวลานานเกินสมควร ถือว่าคู่สัญญาต่างสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทำสัญญาวางมัดจำจะซื้อที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์จากจำเลยที่ 2สัญญาระบุว่า คู่สัญญาจะทำหนังสือสัญญาซื้อขายต่อกัน แต่มิได้กำหนดเวลาไว้ว่าจะต้องทำสัญญาซื้อขายกันเมื่อใด คู่สัญญาจึงต้องมาตกลงกันอีกครั้งในเวลาอันสมควรว่าจะทำการซื้อขายกันเมื่อใดให้แน่ชัดลงไป แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์และจำเลยที่ 2 ได้ตกลงกำหนดเวลาทำการซื้อขายกัน กลับทิ้งช่วงเวลานานถึง5 ปีเศษ แสดงให้เห็นว่า ต่างไม่นำพาที่จะปฏิบัติตามสัญญาในเวลาอันสมควรฝ่ายใดจะอ้างว่าอีกฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาหาได้ไม่ และเป็นที่เห็นได้ว่าต่างฝ่ายต่างสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยายแล้ว โจทก์และจำเลยที่ 2 ต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นหุ้นส่วนกันจึงต้องคืนเงินมัดจำแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุวิทย์ พัฒนวาณิชชัย · จำเลย - นายน้ำ สุนทรปิยะกุล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมมาตร พรหมานุกูล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายทวีชัย เจริญบัณฑิต · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา