⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3467/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3467/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ศาลมีให้ยกคำร้อง หากโจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งนั้นโดยตรง ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องฉบับแรกขอให้เรียกบิดามารดาจำเลยเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา การที่โจทก์ยื่นคำร้องฉบับที่ 2 ซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกับคำร้องฉบับแรกโดยมิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นแต่ประการใด ถือไม่ได้ว่ามีการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์จำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยามีบุตร 1 คน คือเด็กหญิงนพรัตน์ อายุ 4 ขวบ จึงได้จดทะเบียนสมรสกัน จำเลยไม่ช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตรตามสมควรและติดพันหญิงอื่นในทางชู้สาว เล่นการพนัน ดื่มสุรา ไม่ยอมอยู่กินกับโจทก์ฉันสามี ทำร้ายร่างกายและขับไล่โจทก์ออกจากบ้าน โจทก์จึงได้พาบุตรไปขออาศัยอยู่กับญาติ ระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยา มีทรัพย์ทำมาหาได้ร่วมกันคือที่ดิน 2 แปลงบ้าน 1 หลัง รถไถนา 1 คัน เป็นเงิน 203,000 บาท โจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากจำเลยกึ่งหนึ่ง ขอให้โจทก์จำเลยหย่าโดยคำพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์ตามฟ้องแก่โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 101,500 บาทให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นรายเดือน เดือนละ 2,000บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าเด็กหญิงนพรัตน์จะบรรลุนิติภาวะ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง โจทก์ทิ้งร้างจำเลยออกจากบ้านไปเพราะโจทก์ไม่พอใจที่จำเลยว่ากล่าวตักเตือนไม่ให้โจทก์เล่นการพนันและโจทก์มีความรังเกียจที่จำเลยป่วยเป็นโรคปอด บ้านเลขที่ 76และที่ดินเนื้อที่ 10 ไร่ เป็นของบิดามารดาของจำเลย ที่ดินน.ส.3 ก. เลขที่ 643 เป็นทรัพย์ที่บิดามารดาของจำเลยซื้อให้จำเลยโดยเสน่หาเป็นสินส่วนตัวของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิแบ่งส่วนรถไถนาเป็นของมารดาจำเลยราคา 35,000 บาท โจทก์ชอบเล่นการพนันไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะอุปการะเลี้ยงดูบุตร และโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบิดามารดาจำเลยเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 20พฤศจิกายน 2532 ขอให้เรียกบิดามารดาของจำเลยเข้ามาเป็นจำเลยร่วม และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์เพียงแต่ยื่นคำร้องฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 18พฤษภาคม 2533 ซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกับคำร้องฉบับแรกโดยโจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นแต่ประการใด ถือไม่ได้ว่ามีการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3467/2537 นาง ยุ พิน เมฆทวีป โจทก์ นาย อนันต์ เมฆทวีป จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ยุ พิน เมฆทวีป · จำเลย - นาย อนันต์ เมฆทวีป
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · สมภพ โชติกวณิชย์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 943/2513ฎีกา 224/2524ฎีกา 1247/2510ฎีกา 602/2488ฎีกา 4335/2539ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 2962/2543ฎีกา 573/2500ฎีกา 801/2515ฎีกา 1333/2531ฎีกา 4085/2559ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 1426/2493ฎีกา 7709/2544ฎีกา 2947/2522ฎีกา 3009/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา