คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดิน แม้จะทำสัญญาว่าจะไม่รบกวนการเข้าทำประโยชน์ของเจ้าของใหม่ และได้รับค่าตอบแทนแล้วก็ตาม ไม่ถือเป็นความผิดฐานบุกรุก หากการกระทำนั้นเป็นการกระทำต่อเนื่องจากการครอบครองเดิม และยังไม่มีการครอบครองที่ดินนั้นโดยเด็ดขาด
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินที่จำเลยใช้อยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวแม้ต่อมาจะตกเป็นของโจทก์ร่วม และจำเลยยอมรับว่าจะไม่รบกวนการเข้าทำประโยชน์โดยยอมรับเงินจากโจทก์ร่วมเป็นการตอบแทน การที่จำเลยยังคงอยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวรวมทั้งขัดขวางมิให้โจทก์ร่วมเข้าทำประโยชน์ เป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้เท่านั้น เมื่อไม่มีข้อเท็จจริงที่แสดงว่าจำเลยพ้นจากการครอบครองที่ดินดังกล่าวไปอย่างเด็ดขาดแล้ว จึงกลับเข้าไปทำประโยชน์อีก การที่จำเลยเข้าไปปลูกต้นไม้จึงเป็นการกระทำต่อเนื่องจากที่เคยทำ ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · โจทก์ร่วม - บริษัทบางนารีสอร์ท จำกัด · จำเลย - นายเสงี่ยม พุทธ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธวัชชัย พิทักษ์พล · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · สมปอง เสนเนียม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายอภิรัตน์ ลัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - นายอภิศักดิ์ พรวชิราภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา