⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5083/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5083/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายที่ดินที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขห้ามโอนตามกฎหมาย เป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย จึงตกเป็นโมฆะ แม้จะมีการครอบครองหรือตกลงจะจดทะเบียนโอนเมื่อพ้นกำหนดห้ามโอนแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา 3,000 บาทจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้โต้แย้งสิทธิครอบครองที่พิพาทมาโดยตลอดเป็นการครอบครองเพื่อตน จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 31 ห้ามโจทก์ผู้ได้สิทธิครอบครองในที่ดินแปลงพิพาทโอนไปยังผู้อื่นภายใน 10 ปี ดังนั้นถึงแม้จะฟังว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ โดยโจทก์สละการครอบครองก็เป็นการซื้อมาและเข้าครอบครองภายในกำหนดเวลาห้ามโอน เป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 แม้จะโอนไปเพียงบางส่วนของที่ดินที่ห้ามโอนและมอบการครอบครองแล้ว ทั้งมีข้อตกลงว่าจะจดทะเบียนโอนที่ดินให้จำเลยเมื่อพ้นกำหนดห้ามโอนแล้วก็ไม่อาจทำได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 166 หมู่ที่ 2 ตำบลโป่งน้ำร้อน กิ่งอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 58 ตารางวาเมื่อประมาณปี 2528 จำเลยมาขออาศัยอยู่ในที่ดินบางส่วนของโจทก์เนื้อที่ประมาณ 1 งาน ขอให้บังคับจำเลยพร้อมทั้งบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินดังกล่าว และใช้ค่าเสียหายเดือนละ200 บาทแก่โจทก์ นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยขอแบ่งซื้อที่ดินจากโจทก์ โจทก์ได้รับชำระราคาที่ดินจำนวน 2,000 บาท จากจำเลยแล้ว จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท โดยปลูกบ้านอยู่อาศัยอย่างถาวรและปลูกพืชพันธุ์ต่าง ๆ โดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี ไม่มีผู้ใดคัดค้านหรือขัดขวาง โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาทพร้อมทั้งใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ100 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา3,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี และจำเลยได้โต้แย้งสิทธิครอบครองที่พิพาทมาโดยตลอดเป็นการครอบครองเพื่อตนเอง จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 31 ห้ามโจทก์ผู้ได้สิทธิครอบครองในที่ดินแปลงพิพาทโอนไปยังผู้อื่นภายใน 10 ปี ดังนั้น ถึงแม้จะฟังว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์โดยโจทก์สละการครอบครองก็เป็นการซื้อมาและเข้าครอบครองภายในกำหนดเวลาห้ามโอน เป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 แม้จะโอนไปเพียงบางส่วนของที่ดินที่ห้ามโอนและมอบที่ดินพิพาทให้จำเลยครอบครองแล้วทั้งมีข้อตกลงว่าจะจดทะเบียนโอนที่ดินให้จำเลยเมื่อพ้นกำหนดห้ามโอนแล้วก็ไม่อาจทำได้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิอยู่ในที่พิพาท โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5083/2537 นาย จันทร์ ยอด ใส โจทก์ นาย ชาติ เอี่ยมสันต์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย จันทร์ ยอด ใส · จำเลย - นาย ชาติ เอี่ยมสันต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกล เหมือนพะวงศ์ · พิมล สมานิตย์ · ถวิล ตรีเพชร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3552/2539ฎีกา 1730/2520ฎีกา 1394/2549ฎีกา 1425/2492ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 142/2492ฎีกา 3375/2532ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 5317/2538ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 464/2497ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 961/2566ฎีกา 2186/2550ฎีกา 4332/2536ฎีกา 548/2522ฎีกา 891/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา