⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5802/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5802/2537

ป.อาญา ม.138 · ป.วิ.อาญา ม.78

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจับกุมโดยเจ้าพนักงานตำรวจที่ไม่ได้แสดงตนให้เป็นที่สังเกตได้ว่าตนเป็นเจ้าพนักงาน และมีบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานเข้าร่วมในการจับกุมด้วย อาจทำให้ผู้ถูกจับเข้าใจผิดว่าเป็นการทำร้าย จึงไม่เป็นความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 ห้ามมิให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับเว้นแต่กรณีต้องด้วยข้อยกเว้นตามบทมาตราดังกล่าว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวันที่ไปจับกุมจำเลยทั้งสอง ผู้เสียหายในคดีที่ถูกทำร้ายร่างกายร่วมไปกับจ่าสิบตำรวจส.และพลตำรวจท.ด้วย และเป็นผู้ชี้แจ้งให้เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยทั้งสองกรณีจึงต้องด้วยข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78(4) เจ้าพนักงานตำรวจที่ไปจับกุมจำเลยที่ 1 ไม่มีผู้ใดแต่งเครื่องแบบตำรวจหรือแสดงหลักฐานให้เห็นได้ว่าตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทำการตามหน้าที่การที่เจ้าพนักงานตำรวจสวมกางเกงสีกากีเสื้อคอกลม บางคนก็สวมกางเกงยีนจะให้จำเลยทั้งสองเข้าใจเอาเองว่าบุคคลที่เข้ามาจับกุมนั้นเป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมเป็นไปไม่ได้ ที่พลตำรวจ ท. เบิกความว่าขณะวิ่งไล่ตามจำเลยที่ 1ได้ร้องบอกว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอจับกุม แต่ลักษณะการเข้าจับกุมจำเลยที่ 1 มีพวกญาติของผู้เสียหายหลายคนวิ่งกรูเข้าไปร่วมจับกุมด้วย จึงอาจทำให้จำเลยที่ 1 เข้าใจว่าจะเข้ามาทำร้ายเมื่อจำเลยทั้งสองไม่เคยรู้จักหรือเคยเห็นหน้าจ่าสิบตำรวจ ส.และพลตำรวจ ท. กับพวกมาก่อน แม้จะได้ต่อสู้ขัดขวางไม่ให้จับกุม จำเลยทั้งสองก็หามีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138, 140, 83 และนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 946/2535 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 140 วรรคแรก ลงโทษจำคุก2 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสองลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกคดีอาญาหมายเลขดำที่946/2535 ของศาลชั้นต้น ยังมิได้มีคำพิพากษาไม่อาจนับโทษต่อได้จึงให้ยกคำขอในส่วนหนี้เสียด้วย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 78 ห้ามมิให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับเว้นแต่กรณีต้องด้วยข้อยกเว้นตามบทมาตราดังกล่าว คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันที่ไปจับกุมจำเลยทั้งสอง นายณรงค์ศักดิ์ผู้เสียหายในคดีที่ถูกทำร้ายร่างกายร่วมไปกับจ่าสิบตำรวจสมยศและพลตำรวจเทวินทร์ด้วย และเป็นผู้ชี้แจงให้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสอง กรณีจึงต้องด้วยข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78(4) มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า ในการที่จำเลยที่ 1 ต่อสู้กอดปล้ำกับพลตำรวจเทวินทร์ และจำเลยที่ 2 ผลักอกจ่าสิบตำรวจสมยศนั้น จำเลยทั้งสองรู้ว่าจ่าสิบตำรวจสมยศและพลตำรวจเทวินทร์เป็นเจ้าพนักงานตำรวจผู้ปฏิบัติการตามหน้าที่หรือไม่เห็นว่า เจ้าพนักงานตำรวจที่ไปจับกุมจำเลยที่ 1 ไม่มีผู้ใดแต่งเครื่องแบบตำรวจหรือแสดงหลักฐานให้เห็นได้ว่าตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทำการตามหน้าที่ การที่เจ้าพนักงานตำรวจสวมกางเกงสีกากีเสื้อคอกลม บางคนก็สวมกางเกงยีนจะให้จำเลยทั้งสองเข้าใจเอาเองว่าบุคคลที่เข้ามาจับกุมนั้นเป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมเป็นไปไม่ได้ที่พลตำรวจเทวินทร์เบิกความว่าขณะวิ่งไล่ตามจำเลยที่ 1 ได้ร้องบอกว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอจับกุม แต่ลักษณะการเข้าจับกุมจำเลยที่ 1 มีพวกญาติของนายณรงค์ศักดิ์หลายคนวิ่งกรูเข้าไปร่วมจับกุมด้วยจึงอาจทำให้จำเลยที่ 1 เข้าใจว่าจะเข้ามาทำร้ายเมื่อจำเลยทั้งสองไม่เคยรู้จักหรือเคยเห็นหน้าจ่าสิบตำรวจสมยศและพลตำรวจเทวินทร์กับพวกมาก่อน แม้จำเลยทั้งสองจะได้ต่อสู้ขัดขวางไม่ให้จ่าสิบตำรวจสมยศ และพลตำรวจเทวินทร์จับกุมจำเลยทั้งสองก็หามีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ดังโจทก์ฟ้องไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5802/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ โจทก์ นาย เพชร ผล มี ศักดิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ · จำเลย - นาย เพชร ผล มี ศักดิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 187/2507ฎีกา 6635/2551ฎีกา 845/2487ฎีกา 797/2558ฎีกา 644/2464ฎีกา 8198/2550ฎีกา 8764/2554ฎีกา 2250/2541ฎีกา 1082/2507ฎีกา 1041/2506ฎีกา 2514/2557ฎีกา 1240/2554ฎีกา 277/2466ฎีกา 986/2485ฎีกา 698/2516ฎีกา 2220/2540ฎีกา 195/2472ฎีกา 855/2484ฎีกา 757-758/2562ฎีกา 427/2525ฎีกา 278-279/2525ฎีกา 501/2537ฎีกา 77/2541ฎีกา 1664/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา