⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7080/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7080/2538

ป.พ.พ. ม.537, 538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่กำหนดระยะเวลาไว้ ย่อมมีผลผูกพันคู่สัญญาตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันเท่านั้น และการต่ออายุสัญญาจะต้องเป็นไปตามข้อตกลงที่คู่สัญญาได้ทำไว้ใหม่.

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 4.1 ระบุว่า ผู้ให้สัญญา(จำเลยที่ 1) ต้องสร้างอาคาร 3 หลัง แล้วยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับสัญญา(โจทก์) และผู้รับสัญญา (โจทก์) ตกลงให้ผู้ให้สัญญา (จำเลยที่ 1) ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการในอาคารและที่ดินบริเวณข้างเคียงมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี แสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงจะตอบแทนกันเพียง 3 ปี และจำเลยที่ 1 มีสิทธิที่จะขอต่ออายุสัญญาเป็นรายปีตามสัญญา ข้อ 4.3 ดังนั้น แม้จะฟังว่าสัญญาประนีประนอม-ยอมความดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาก็มีกำหนดระยะเวลาเพียง 3 ปี ส่วนสัญญาเช่ารายพิพาทมีผลบังคับตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาแยกต่างหากจากสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว สัญญาเช่ารายพิพาท ข้อ 9 ระบุว่า ก่อนครบกำหนดอายุสัญญาถ้าผู้ให้สัญญา (จำเลยที่ 1) ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในอาคารและที่ดินต่อไปให้ผู้ให้สัญญายื่นความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้รับสัญญา (โจทก์) ภายใน 60 วันก่อนครบกำหนดสัญญานี้เพื่อขออนุญาตใช้ประโยชน์ในอาคารและที่ดินต่อไป ข้อสัญญาดังกล่าวนี้ระบุให้จำเลยที่ 1 ยื่นความจำนงเพื่อขออนุญาตจากโจทก์ จึงเป็นเพียงข้อตกลงที่ให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่จะทำการต่อสัญญาได้เท่านั้น แต่การที่จะอนุญาตตามคำขอหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่โจทก์จะพิจารณาอนุญาต ซึ่งเมื่อพิจารณาตามข้อสัญญาที่ระบุว่า ...ฯ ผู้ให้สัญญา (จำเลยที่ 1) จะต้องยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อผู้รับสัญญา (โจทก์) เพื่อขออนุญาตใช้อาคารและที่ดินออกไปอีกเป็นรายปีไปในการนี้ผู้ให้สัญญาและผู้รับสัญญาจะต้องทำสัญญากันใหม่อีกครั้งหนึ่งตามแบบฟอร์มและข้อกำหนดของผู้รับสัญญา แล้วแสดงว่าการที่จะต่อสัญญาออกไปเป็นรายปีนั้น โจทก์กับจำเลยที่ 1 จะต้องทำสัญญากันใหม่ตามแบบฟอร์มและตามข้อกำหนดของโจทก์ข้อกำหนดนี้จึงเป็นเงื่อนไขที่จะต้องตกลงกันใหม่แล้วจึงจะทำสัญญา ดังนั้น ข้อสัญญาดังกล่าวจึงไม่ใช่คำมั่นหรือเงื่อนไขของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 →

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรุงเทพมหานคร · จำเลย - บริษัทผลิตภัณฑ์ป๊อป จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสรี ภูรีญานสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยงยศ นิสภัครกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1111/2494ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 247/2529ฎีกา 1593/2524ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 2509/2555ฎีกา 2160/2518ฎีกา 3714/2524ฎีกา 136/2503ฎีกา 17923/2557ฎีกา 426/2501ฎีกา 374/2510ฎีกา 1376/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา