คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่คู่ความมิได้อุทธรณ์หรือแก้ฎีกาในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ถือว่าข้อเท็จจริงในประเด็นนั้นเป็นที่ยุติ
2. การสืบพยานเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ต้องห้ามตามกฎหมาย
3. บ้านที่ปลูกสร้างลงในที่ดินเป็นส่วนควบของที่ดิน ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับขายฝากทันทีที่ทำสัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์โดยถูกต้องตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีโดยฟังข้อเท็จจริงว่า สัญญาขายฝากเอกสารหมาย จ.1 ไม่เป็นนิติกรรมอำพราง เมื่อโจทก์อุทธรณ์ จำเลยมิได้แก้อุทธรณ์ในเรื่องนี้ไว้ ข้อเท็จจริงจึงต้องถือเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าว
สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดง ระบุกำหนดเวลาไถ่ 1 ปี การที่จำเลยให้การต่อสู้และนำสืบพยานว่าได้มีข้อตกลงให้จำเลยไถ่ 2 ปี จึงเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 (ข)
แม้สัญญาขายฝากระบุว่าขายฝากที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างลงในที่ดินภายหลังวันขายฝาก โดยมิได้ระบุว่าตกลงขายฝากบ้านพิพาทไว้ในสัญญาด้วยก็ตามแต่บ้านพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดิน บ้านพิพาทย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทันทีที่ได้ทำสัญญาขายฝากตามแบบที่กฎหมายบังคับไว้โดยผลของกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา144 วรรคสอง จึงถือได้ว่าสัญญาขายฝากดังกล่าวเป็นการขายฝากบ้านพิพาทด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายกฤษฎา จิตกล้า · จำเลย - นายพิสุทธิ์ ยุทธศักดิ์มนตรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ธวัชชัย พิทักษ์พล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายณรงค์พล ทองจีน · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย บุญพราหมณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา