⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2554/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2554/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่สามีภริยาได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดก ถือเป็นสินสมรส และสามีมีอำนาจจัดการจำหน่ายสินสมรสนั้นได้โดยลำพัง เว้นแต่จะมีสัญญาก่อนสมรสกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นภริยา ผ. จดทะเบียนสมรสกันเมื่อปี 2510ผ.จดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินพิพาทเมื่อปี 2513 ที่ดินพิพาทจึงเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับ ผ. และเป็นส่วนหนึ่งของสินบริคณห์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1466,1462 วรรคสอง เดิมที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่ามีสัญญาก่อนสมรสระหว่างโจทก์กับ ผ.ตกลงกันเป็นอย่างอื่นผ.จึงเป็นผู้มีอำนาจจัดการที่ดินพิพาทซึ่งรวมถึงการจำหน่ายที่ดินพิพาทด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1468,1473 วรรคหนึ่ง เดิมแม้ภายหลังจะได้มีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้วบรรพ 5 ที่แก้ไขใหม่ในปี 2519 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ. 2519 มาตรา 7 ก็บัญญัติรับรองอำนาจจัดการสินสมรสของ ผ.ดังนั้นผ. เพียงผู้เดียวย่อมมีอำนาจจำหน่ายที่ดินพิพาทได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นภริยา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1462 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1466 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1468 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาของพันตำรวจโทผจญ เกษรางกูรหรือเกสรางกูรหรือเกษรางกูล จดทะเบียนสมรสเมื่อปี 2510เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2513 พันตำรวจโทผจญรับโอนมรดกที่ดินพิพาทที่ดินพิพาทจึงเป็นสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับพันตำรวจโทผจญ ครั้นวันที่ 12 มิถุนายน 2524 พันตำรวจโทผจญจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยโดยเสน่หา โดยโจทก์ไม่รู้เห็นและไม่ยินยอมและจำเลยได้นำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พันตำรวจโทผจญตายเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2529โจทก์ทราบเรื่องการโอนที่ดินพิพาทเมื่อเดือนเมษายน 2534จึงมอบให้ทนายความมีหนังสือบอกล้างนิติกรรมให้โดยเสน่หาแล้วนิติกรรมนั้นตกเป็นโมฆะ แต่จำเลยไม่ยอมคืนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ขอให้พิพากษาว่า การจดทะเบียนให้โดยเสน่หาซึ่งที่ดินพิพาทเป็นโมฆะให้จำเลยไถ่ถอนจำนองที่ดินดังกล่าวแล้วจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์คืนแก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยโดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย จำเลยให้การว่า พันตำรวจโทผจญและจำเลยเป็นบุตรของนายฮั้วและนางสอน เกษรางกูล เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2513พันตำรวจโทผจญรับโอนที่ดินพิพาทมรดกของนางสอนซึ่งยังไม่ได้แบ่งปันกันในระหว่างทายาทของนางสอนซึ่งมีบุตรรวม 10 คน ที่ดินพิพาทจึงเป็นกรรมสิทธิ์รวมของทายาทนางสอนทั้ง 10 คน มิใช่ทรัพย์สินที่โจทก์และพันตำรวจโทผจญทำมาหาได้ร่วมกัน เมื่อไม่มีสัญญาก่อนสมรสกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ภายหลังใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ที่แก้ไขแล้วพันตำรวจโทผจญมีอำนาจจำหน่ายจ่ายโอนหรือทำนิติกรรมได้โดยไม่ต้องรับความยินยอมจากโจทก์ ดังนั้นโจทก์ไม่มีอำนาจบังคับให้โอนที่ดินพิพาทคืนเป็นสินสมรส พันตำรวจโทผจญขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยแต่จดทะเบียนให้โดยเสน่หาแก่จำเลยเมื่อวันที่12 มิถุนายน 2524 เป็นการอำพรางการซื้อขายเพื่อลดเงินชำระค่าธรรมเนียมและภาษี จำเลยจึงรับโอนที่ดินพิพาทโดยเสียค่าตอบแทน ในวันจดทะเบียนโอนโดยเสน่หาให้แก่จำเลยโจทก์ก็ทราบ แต่โจทก์มิได้คัดค้านและไม่บอกล้างภายใน 1 ปี แต่โจทก์มาบอกล้างเมื่อเดือนเมษายน 2534 จึงขาดอายุความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟอง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของพันตำรวจโทผจญ เกษรางกูลโดยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อปี 2510 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2513พันตำรวจโทผจญได้จดทะเบียนรับโอนมรดกของนางสอน เกศรางกูรหรือเกสรางกูล เป็นที่ดินโฉนดที่ 9513 ตำบลหนองเทียงอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ต่อมาวันที่ 12 มิถุนายน 2524พันตำรวจโทผจญได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้จำเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า พันตำรวจโทผจญมีอำนาจจำหน่ายที่ดินแปลงดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่พันตำรวจโทผจญได้มาระหว่างสมรส จึงเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับพันตำรวจโทผจญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เดิม มาตรา 1466 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น และเป็นส่วนหนึ่งของสินบริคณห์ตามมาตรา 1462 วรรคสอง เดิม เมื่อไม่ปรากฏว่ามีสัญญาก่อนสมรสระหว่างโจทก์กับพันตำรวจโทผจญตกลงกันเป็นอย่างอื่นพันตำรวจโทผจญจึงเป็นผู้มีอำนาจจัดการที่ดินพิพาทซึ่งรวมทั้งการจำหน่ายที่ดินพิพาทด้วย ตามมาตรา 1468, 1473 วรรคหนึ่ง เดิมแม้ภายหลังจะได้มีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5ที่แก้ไขใหม่ในปี 2519 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519มาตรา 7 ก็บัญญัติรับรองว่า "บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบกระเทือนถึงอำนาจการจัดการสินบริคณห์ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มีอยู่แล้วในวันใช้บังคับบทบัญญัติบรรพ 5แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ แต่ให้ถือว่าสินเดิมตามบทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิมของฝ่ายใดเป็นสินส่วนตัวตามบทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ของฝ่ายนั้น เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดเป็นผู้จัดการสินบริคณห์แต่ฝ่ายเดียว ให้ถือว่าคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งได้ยินยอมให้คู่สมรสฝ่ายนั้นจัดการสินสมรสและสินส่วนตัวตามวรรคหนึ่งของตนด้วย" ดังนั้นพันตำรวจโทผจญเพียงผู้เดียวย่อมมีอำนาจจำหน่ายที่ดินพิพาทได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากพันตำรวจโทผจญ พันตำรวจโทผจญมีสิทธิทำสัญญาขายที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสินบริคณห์ให้แก่จำเลยโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นภริยาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1468และ 1473 วรรคหนึ่ง เดิม ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2554/2539 นาง สม ร เกษรางกูรหรือเกสรางกูรหรือเกษรางกูล โจทก์ นาง เล็ก ช้า ง ยิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สม ร เกษรางกูรหรือเกสรางกูรหรือเกษรางกูล · จำเลย - นาง เล็ก ช้า ง ยิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมพงษ์ สนธิเณร · สมภพ โชติกวณิชย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493ฎีกา 771/2508ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1388/2500ฎีกา 370/2506ฎีกา 1476/2518ฎีกา 1775/2512ฎีกา 134/2513ฎีกา 888/2511ฎีกา 1123/2487ฎีกา 1170/2505ฎีกา 541/2509ฎีกา 747/2484ฎีกา 478/2501ฎีกา 1096/2511ฎีกา 348/2511ฎีกา 83/2512ฎีกา 234/2491ฎีกา 987/2485ฎีกา 293/2520ฎีกา 459/2492ฎีกา 4214/2566ฎีกา 137/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา