⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4102/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4102/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่ฝากไว้กับผู้รับฝากตกเป็นของผู้รับฝาก ผู้รับฝากมีหน้าที่คืนเงินให้ครบจำนวน การจำนำสมุดคู่ฝากเงินประจำไว้เพื่อประกันหนี้ ไม่เป็นการจำนำเงินฝาก และผู้รับฝากไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิก่อนเจ้าหนี้รายอื่น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฝากเงินไว้กับผู้ร้องเงินที่ฝากจึงตกเป็นของผู้ร้องผู้ร้องคงมีแต่หน้าที่คืนเงินให้ครบจำนวนการที่จำเลยทำสัญญาจำนำและมอบสมุดคู่ฝากเงินประจำไว้แก่ผู้ร้องก็เพียงเพื่อประกันหนี้ที่มีต่อผู้ร้องแม้จะยินยอมให้ผู้ร้องนำเงินจากบัญชีดังกล่าวมาชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวก็เป็นเรื่องความตกลงในการฝากเงินเพื่อเป็นประกันไม่เป็นการจำนำเงินฝากอีกทั้งสมุดคู่ฝากเงินประจำก็เป็นเพียงหลักฐานการรับฝากและถอนเงินที่ผู้ร้องออกให้จำเลยยึดถือไว้เพื่อสะดวกในการฝากและถอนเงินในบัญชีของจำเลยเท่านั้นไม่อยู่ในลักษณะของสิทธิซึ่งมีตราสารผู้ร้องจึงไม่เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนำไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.50 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.672

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ใช้เงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ 2,907,047 บาท พร้อมดอกเบี้ย แล้วได้มีการประนีประนอมยอมความกันและศาลพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่22 มีนาคม 2536 ให้จำเลยผ่อนชำระหนี้จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยจำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์ของจำเลยมาชำระหนี้ และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินฝากประจำที่จำเลยได้ทำสัญญาจำนำสิทธิตามตราสารการฝากเงินไว้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า จำเลยทำสัญญาจำนำสิทธิตามตราสารการฝากเงินตามบัญชีที่เปิดไว้กับผู้ร้อง เป็นประกันเงินกู้ของลูกหนี้ที่มีต่อผู้ร้องรวม 15 ราย ซึ่งลูกหนี้แต่ละรายและจำเลยผิดสัญญาไม่ผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงและอยู่ระหว่างผู้ร้องกำลังดำเนินการเพื่อหักเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำของจำเลยที่ได้จำนำไว้นั้นชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ขอให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิจำนำจำนวน594,617.89 บาท ก่อนโจทก์และเจ้าหนี้รายอื่น ๆ หากโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีผู้ร้องขอสวมสิทธิในการบังคับคดีแทน โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยทำสัญญาจำนำสิทธิตามตราสารการฝากเงินตามเอกสารท้ายคำร้องขอ แต่ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนำ ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิจำนำจำนวนเงิน 594,617.89 บาท ก่อนโจทก์และเจ้าหนี้รายอื่น ๆหากโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีให้ผู้ร้องสวมสิทธิในการบังคับคดีแทน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกคำร้องขอ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ผู้ร้องและโจทก์ไม่สืบพยาน คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า ลูกหนี้ 15 ราย ทำสัญญากู้เงินผู้ร้องโดยมีจำเลยทำสัญญาค้ำประกันและทำสัญญาจำนำสิทธิตามตราสารการฝากเงินไว้แก่ผู้ร้องตามเอกสารหมาย ร.1 ถึง ร.45 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องสรุปได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนำมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์หรือไม่ โดยผู้ร้องฎีกาว่า การที่จำเลยนำเงินมาฝากประจำไว้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องออกหลักฐานให้แก่จำเลยเป็นสมุดคู่ฝากเงินประจำให้จำเลยยึดถือไว้ กรรมสิทธิ์เงินฝากยังเป็นของจำเลยอยู่ การที่จำเลยมอบสมุดคู่ฝากเงินประจำให้แก่ผู้ร้องไว้เป็นประกันการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่มีต่อผู้ร้อง เป็นการจำนำเงินฝากประจำหรือจำนำสิทธิซึ่งมีตราสาร ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนำในตราสารเงินฝากของจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยฝากเงินไว้กับผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 672 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้รับฝากไม่พึงต้องส่งคืนเป็นเงินทองตราอันเดียวกันกับที่ฝาก ผู้รับฝากมีสิทธิเอาเงินซึ่งฝากนั้นออกใช้ก็ได้ ฉะนั้นเงินที่ฝากจึงตกเป็นของผู้ร้องผู้ร้องคงมีแต่หน้าที่คืนเงินให้ครบจำนวนเท่านั้น การที่จำเลยทำสัญญาจำนำและมอบสมุดคู่ฝากเงินประจำไว้แก่ผู้ร้องก็เพียงเพื่อประกันหนี้ที่ลูกหนี้ 15 ราย มีต่อผู้ร้อง แม้จำเลยจะตกลงยินยอมให้ผู้ร้องนำเงินจากบัญชีดังกล่าวมาชำระหนี้ของจำเลยที่มีต่อผู้ร้องโดยไม่ต้องบอกกล่าวตามสัญญาจำนำ สิทธิตราสารการฝากเงินก็เป็นเรื่องความตกลงในการฝากเงินเพื่อเป็นประกันนั้นเองหาทำให้ตัวเงินตามจำนวนในบัญชีเงินฝากยังคงเป็นของจำเลยอันผู้ร้องได้ยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้ไม่ ความตกลงดังกล่าวจึงไม่เป็นการจำนำเงินฝาก และการที่จำเลยมอบสมุดคู่ฝากเงินประจำให้ผู้ร้องยึดถือไว้เป็นประกันหนี้ของลูกหนี้ 15 รายก็มิใช่เป็นการจำนำสิทธิซึ่งมีตราสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 750 อีกเช่นกัน เพราะสมุดคู่ฝากเงินประจำเป็นเพียงหลักฐานการรับฝากและถอนเงินที่ผู้ร้องออกให้จำเลยยึดถือไว้เพื่อสะดวกในการฝากและถอนเงินในบัญชีฝากประจำของจำเลยเท่านั้นไม่อยู่ในลักษณะของสิทธิซึ่งมีตราสาร ผู้ร้องจึงไม่เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนำ ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4102/2539 นาง อัมพวัน มหาชัย โจทก์ ธนาคาร กรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด ผู้ร้อง นาย พันธ์ ใจอินผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง อัมพวัน มหาชัย · ผู้ร้อง - ธนาคาร กรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด · จำเลย - นาย พันธ์ ใจอินผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวรรค์ ศักดารักษ์ · อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9663/2554ฎีกา 3076/2533ฎีกา 1307/2503ฎีกา 1751/2523ฎีกา 18/2520ฎีกา 514/2479ฎีกา 5478/2534ฎีกา 80/2511ฎีกา 14783/2555ฎีกา 4770/2567ฎีกา 450/2536ฎีกา 3806/2534ฎีกา 4749/2533ฎีกา 1985/2525ฎีกา 8954/2549ฎีกา 3513/2542ฎีกา 5939/2545ฎีกา 291/2547ฎีกา 7658/2549ฎีกา 1063/2540ฎีกา 1124/2512ฎีกา 624/2553ฎีกา 8596/2568ฎีกา 384/2480
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ