คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7176/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. มูลคดีเกิด ณ สถานที่ที่การแสดงเจตนาอันเป็นองค์ประกอบแห่งสิทธิหรือหน้าที่เกิดขึ้น
2. การที่ผู้เอาประกันภัยไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจูงใจให้ผู้รับประกันภัยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือบอกปัดไม่ยอมทำสัญญา จะทำให้สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะได้ ต้องพิสูจน์ได้ว่าข้อความจริงที่ไม่ได้เปิดเผยนั้นมีลักษณะดังกล่าวจริง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยโดย ค.ผู้เป็นตัวแทนและผู้ตายทำความตกลงกันให้ผู้ตายทำคำขอเอาประกันชีวิตที่จังหวัดสตูล แล้ว ค.เป็นผู้นำใบคำขอเอาประกันชีวิตเสนอจำเลยซึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานครพิจารณาตกลงรับทำสัญญาประกันชีวิต ทั้งการส่งเบี้ยประกันภัยผู้ตายก็ยังคงมอบให้ ค.ที่จังหวัดสตูลเพื่อส่งให้แก่จำเลยต่อไป ถือได้ว่ามูลคดีจากการทำสัญญาประกันชีวิตรายนี้เกิดที่จังหวัดสตูล โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดสตูลได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1)
สารสำคัญของ ป.พ.พ.มาตรา 865 อยู่ที่ว่า ถ้าผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้วละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจูงใจให้ผู้รับประกันภัยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือบอกปัดไม่ยอมทำสัญญา สัญญาประกันชีวิตจึงจะตกเป็นโมฆียะ การที่ผู้ตายมิได้แจ้งเรื่องเคยเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลและคลินิกเกี่ยวกับกามโรคหนองในเทียม และซิฟิลิสให้จำเลยทราบ ยังไม่ถึงขนาดที่จะอนุมานได้ว่าถ้าได้แจ้งเช่นนั้นจะทำให้จำเลยบอกปัดไม่รับประกันชีวิตหรือเรียกเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้นอันจะทำให้สัญญาประกันชีวิตที่ทำไว้เป็นโมฆียะตามบทมาตรานี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเตี้ยน โพธิ์ทอง · จำเลย - แอสชัวรันส์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย สุขพรหม · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · บุญธรรม อยู่พุก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสตูล - นายจำรัส เพ็ชรสุวรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา