⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1752/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1752/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งประสงค์ให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าการทำร้ายโดยทั่วไป ถือเป็นการกระทำโดยทารุณโหดร้าย.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยใช้มีดปลายแหลมยาว10นิ้วเผาไฟแล้วนาบที่บริเวณแก้มแขนไหล่หลังและโคนขาของโจทก์แม้จะไม่ปรากฏว่ามีดที่เผาไฟนั้นเผาไฟมานานเท่าใดและมีความร้อนเพียงใดแต่จากลักษณะบาดแผลที่โจทก์ได้รับแสดงให้เห็นว่ามีดถูกเผาไฟจนร้อนมากเพราะเมื่อนำไปนาบโจทก์แล้วทำให้เกิดไหม้พองผิวหนังหลุดแพทย์ลงความเห็นว่าหากรักษาตามวิธีการที่ถูกต้องแผลจะหายภายใน10วันแต่จะเป็นรอยแผลเป็นการกระทำของจำเลยเป็นการทำร้ายโดยมุ่งประสงค์ให้โจทก์ได้รับความเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าการทำร้ายโดยทั่วไปถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยทารุณโหดร้ายส่วนแผลเป็นที่ใบหน้าโจทก์จะมีความกว้างยาวขนาดไหนและยืนห่างแค่ไหนจึงจะสามารถมองเห็นได้นั้นเป็นปัญหาที่จะต้องพิจารณาว่าโจทก์ได้รับอันตรายสาหัสเพราะหน้าเสียโฉมอย่างติดตัวหรือไม่ซึ่งไม่เกี่ยวกับปัญหาว่าเป็นการกระทำโดยทารุณโหดร้ายแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.296 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 296, 297, 298, 90, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 296 จำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ โจทก์และจำเลยซึ่งเป็นสามีภริยากันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสได้ทะเลาะกันจำเลยทำร้ายโจทก์โดยการตบตี เตะ ต่อย ใช้กรรไกรกล้อนผมและใช้มีดเผาไฟนาบที่ใบหน้าและลำตัวโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตราย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าการที่จำเลยใช้มีดเผาไฟนาบที่ใบหน้าและลำตัวโจทก์ เป็นการกระทำโดยทารุณโหดร้ายหรือไม่เห็นว่า การที่จำเลยใช้มีดปลายแหลมยาว 10 นิ้ว เผาไฟแล้วนาบโจทก์ที่บริเวณแก้ม แขน ไหล่ หลัง และโคนขานั้น แม้ข้อเท็จจริงจะไม่ปรากฏว่ามีดที่เผาไฟนั้น เผาไฟมานานเท่าใดและมีความร้อนเพียงใดก็ตาม แต่จากลักษณะบาดแผลที่โจทก์ได้รับนั้น แสดงให้เห็นว่ามีดถูกเผาไฟจนร้อนมากเพราะเมื่อนำไปนาบโจทก์แล้วทำให้เกิดไหม้พองผิวหนังหลุด ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าหากรักษาตามวิธีการที่ถูกต้องแผลจะหายภายใน 10 วัน แต่จะเป็นรอยแผลเป็นและแม้จำเลยจะอ้างว่ากระทำไปเพื่อข่มขู่มิให้โจทก์ไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่น แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการทำร้ายโดยมุ่งประสงค์ให้โจทก์ได้รับความเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าการทำร้ายโดยทั่วไป ถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยทารุณโหดร้ายแล้ว ส่วนแผลเป็นที่ใบหน้าโจทก์จะมีความกว้างยาวขนาดไหนและยืนห่างแค่ไหนจึงจะสามารถมองเห็นได้นั้น เป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องพิจารณาว่าโจทก์ได้รับอันตรายสาหัสเพราะหน้าเสียโฉมอย่างติดตัวหรือไม่ซึ่งไม่เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวข้างต้น ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1752/2540 นางสาว ฉวีวรรณ โพธิทอง โจทก์ นาย สัมพันธ์ ชมชิดนุช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว ฉวีวรรณ โพธิทอง · จำเลย - นาย สัมพันธ์ ชมชิดนุช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เหล็ก ไทรวิจิตร · ปราโมทย์ ชพานนท์ · สกนธ์ กฤติยาวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 187/2507ฎีกา 2669/2538ฎีกา 2236/2527ฎีกา 1867/2531ฎีกา 3863/2525ฎีกา 236/2513ฎีกา 205/2510ฎีกา 4275/2534ฎีกา 1336/2553ฎีกา 92/2479ฎีกา 2767/2530ฎีกา 1148/2534ฎีกา 73/2483ฎีกา 313/2529ฎีกา 602/2529ฎีกา 2423/2533ฎีกา 1893/2533ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 49/2464ฎีกา 1037/2503ฎีกา 326/2520ฎีกา 321/2482ฎีกา 4959/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ