⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 665/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รถจักรยานยนต์ที่จำเลยใช้เป็นพาหนะในการกระทำความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ ไม่ถือเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดนั้น จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลที่จะสั่งริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกขับรถจักรยานยนต์ของกลางแล่นตามรถยนต์ ผู้เสียหายจนทันแล้วแซงขึ้นหน้าไปจอดขวางให้หยุด กับขู่เข็ญ ผู้เสียหายจนยอมมอบเงินแก่จำเลยกับพวกรถจักรยานยนต์ของกลาง จึงเป็นเพียงยานพาหนะที่จำเลยกับพวกใช้ก่อนที่จะกระทำความผิด ฐานกรรโชก อีกทั้งจำเลยกับพวกก็ร่วมกันขู่เข็ญผู้เสียหายว่า หากไม่ยอมให้เงินจำเลยกับพวกจะทำการระเบิดและพังรถยนต์ ของผู้เสียหายเท่านั้น รถจักรยานยนต์ของกลางจึงหาใช่ทรัพย์ ที่จำเลยกับพวกได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกรรโชกทรัพย์ไม่ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ในเรื่องทรัพย์สินที่ศาลมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.337

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83,91, 337 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535มาตรา 7, 37 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 220 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337 (ที่ถูกมาตรา 337 วรรคหนึ่ง) จำคุก 3 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535มาตรา 7, 37 ปรับ 10,000 บาท รวมจำคุก 3 ปี และปรับ 10,000บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท ริบของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 220 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ และคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่จำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1ฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ฟ้องและจำเลยให้การรับสารภาพว่าจำเลยกับพวกร่วมกันข่มขืนใจนางสาวเตือนใจ โกงขุนทดผู้เสียหาย ให้ยอมให้จำเลยกับพวกได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยจำเลยกับพวกได้ใช้รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน บุรีรัมย์ ป-9053 และรถจักรยานยนต์ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นยานพาหนะขับแล่นตามรถยนต์หมายเลขทะเบียน ง-6059กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้เสียหายเป็นผู้ขับจนทันแล้วแซงขึ้นหน้าไปจอดขวางรถยนต์คันที่ผู้เสียหายขับเพื่อให้ผู้เสียหายหยุดรถ เมื่อผู้เสียหายหยุดรถยนต์จำเลยกับพวกได้ร่วมกันขู่เข็ญผู้เสียหายว่า หากผู้เสียหายไม่ยอมมอบเงินจำนวน 4,000 บาทให้แก่จำเลยกับพวก จำเลยกับพวกจะทำอันตรายรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหาย โดยจะทำการระเบิดและพังรถยนต์จนผู้เสียหายเกิดความกลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้น จึงยอมมอบเงินจำนวน 1,000 บาท ให้แก่จำเลยกับพวกไป เจ้าพนักงานจับจำเลยได้กับยึดรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน บุรีรัมย์ ป-6053(ที่ถูก ป-9053) เป็นของกลาง เห็นว่า จำเลยกับพวกใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะขับแล่นตามรถยนต์ที่ผู้เสียหายขับจนทันแล้วแซงขึ้นหน้าไปจอดขวางให้หยุดรถรถจักรยานยนต์ของกลางจึงเป็นเพียงยานพาหนะที่จำเลยกับพวกใช้ก่อนที่จะกระทำความผิดฐานกรรโชก อีกทั้งในการกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหาย จำเลยกับพวกก็ร่วมกันขู่เข็ญผู้เสียหายว่าหากไม่ยอมให้เงินจำเลยกับพวกจะทำการระเบิดและพังรถยนต์ของผู้เสียหายเท่านั้น รถจักรยานยนต์ของกลางจึงหาใช่ทรัพย์ที่จำเลยกับพวกได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกรรโชกทรัพย์คดีนี้ไม่ จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ในเรื่องทรัพย์สิน ที่ศาลมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาริบรถจักรยานยนต์ของกลางมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2542 พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ โจทก์ นาย ใส ได้ พร้อม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ · จำเลย - นาย ใส ได้ พร้อม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · วินัส เรืองอำพัน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2283/2516ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 5599/2531ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 753/2539ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530ฎีกา 3067/2530ฎีกา 12543/2553ฎีกา 3074/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ