⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1095/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1095/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงที่กำหนดให้ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินแก่ผู้รับจ้างหากเลิกจ้างก่อนครบกำหนดสัญญาโดยผู้รับจ้างไม่มีความผิดและผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา ถือเป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้า ซึ่งศาลมีอำนาจลดลงได้ตามที่เห็นสมควร

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาจ้างระบุว่า หากผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากการเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้างก่อนสิ้นอายุของสัญญา โดยผู้รับจ้างไม่ได้กระทำความผิดและหรือผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาที่จะมอบหุ้นให้แก่ผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างเป็นเงินจำนวนหนึ่งภายใน 60 วัน นับแต่ผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากความเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้าง ข้อความดังกล่าวเป็นการตกลงจะชำระเงินให้ผู้รับจ้างหากเลิกจ้างก่อนครบกำหนดตามสัญญาโดยผู้รับจ้างไม่มีความผิด และหรือผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา จึงมีลักษณะเป็นการทำสัญญากำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้า ในกรณีผู้ว่าจ้างไม่ชำระหนี้ หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร อันเป็นเบี้ยปรับ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 379 ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจลดลงได้ตามที่เห็นสมควร ตามมาตรา 383 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 65,758,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดและขาดนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสอง เข้าทำงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2539 ตำแหน่งผู้บริหารระดับอาวุโส จำเลยทั้งสองมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้กระทำความผิด จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าให้โจทก์ ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 60,000,000 บาท กรณีที่ไม่สามารถโอนหุ้นได้ตามสัญญานั้น ตามสัญญาจ้างแรงงาน ข้อ 5 ระบุว่า "หากผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากการเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้างก่อนสิ้นอายุสัญญานี้ โดยผู้รับจ้างไม่ได้กระทำความผิดและหรือผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาข้อ 2 เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินเดือนผู้รับจ้างเป็นเงิน 60,000,000 บาท ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากความเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้าง" เป็นการกำหนดค่าเสียหายกรณีที่จำเลยทั้งสองไม่สามารถโอนหุ้นให้แก่โจทก์และเลิกจ้างโจทก์ก่อนครบกำหนดสัญญาไว้ ค่าเสียหายดังกล่าวถือเป็นเบี้ยปรับอย่างหนึ่ง ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 บัญญัติว่า ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้เป็นเงิน 750,000 บาท พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 1,508,900 บาท โดยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 11 มีนาคม 2542) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามสัญญาจ้างแรงงาน ข้อ 2 ระบุว่า "ผู้ว่าจ้างจะมอบหุ้นของผู้ว่าจ้างหรือหุ้นของบริษัทในเครือวัฏจักรให้แก่ผู้รับจ้างเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50,000,000 บาท ภายในปีที่สองของสัญญานี้" และข้อ 5 ระบุว่า "หากผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากการเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้างก่อนสิ้นอายุของสัญญานี้ โดยผู้รับจ้างไม่ได้กระทำความผิดและหรือผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาในข้อ 2 เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างเป็นเงิน 60,000,000 บาท ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากความเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้าง" ในข้อนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองจ้างโจทก์เข้าทำงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2539 และเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2540 โดยที่โจทก์ไม่มีความผิด และจำเลยทั้งสองไม่สามารถโอนหุ้นตามสัญญาจ้างแรงงาน ข้อ 2 มูลค่าไม่ต่ำกว่า 50,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ได้ เช่นนี้ การที่โจทก์ทำงานในปีที่สองแต่ยังไม่ครบกำหนดตามสัญญาจ้างแรงงาน ที่กำหนดไว้ในข้อ 4 ให้มีกำหนดเวลา 6 ปี แล้วจำเลยทั้งสองได้เลิกจ้างโจทก์โดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำผิด และจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาข้อ 2 โดยมอบหุ้นของผู้ว่าจ้างหรือหุ้นของบริษัทในเครือวัฏจักรให้แก่โจทก์ผู้รับจ้างเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50,000,000 บาท ภายในปีที่สองให้แก่โจทก์ ถือว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาจ้างในข้อ 5 แล้ว แต่ตามสัญญาจ้าง ข้อ 5 ที่กำหนดให้ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างเป็นเงินจำนวน 60,000,000 บาท นั้น ข้อความในสัญญาดังกล่าวเป็นการตกลงจะชำระเงิน 60,000,000 บาท ให้ผู้รับจ้างหากผู้ว่าจ้างเลิกจ้างผู้รับจ้างก่อนครบกำหนดตามสัญญาโดยผู้รับจ้างไม่มีความผิดและหรือผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาในข้อ 2 จึงมีลักษณะเป็นการทำสัญญากำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในกรณีผู้ว่าจ้างไม่ชำระหนี้หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรอันเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา 379 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจลดลงได้ตามที่เห็นสมควรตามมาตรา 383 วรรคหนึ่ง แห่งบทบัญญัติดังกล่าว ส่วนการใช้ดุลพินิจลดเบี้ยปรับลงมากน้อยเพียงใดนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง กรณีจึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์พังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1095/2543 นายประมุท สูตะบุตร โจทก์ บริษัทเอเชียวิชั่นส์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประมุท สูตะบุตร · จำเลย - บริษัทเอเชียวิชั่นส์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กมล เพียรพิทักษ์ · สละ เทศรำพรรณ · จรัส พวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นางสาวสุวรรณา มีนะโยธิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2571/2529ฎีกา 1345/2532ฎีกา 458/2535ฎีกา 58/2530ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 5470/2537ฎีกา 4623/2540ฎีกา 3414/2541ฎีกา 3616/2558ฎีกา 1008/2548ฎีกา 4194/2536ฎีกา 2385/2523ฎีกา 2139/2565ฎีกา 3295/2533ฎีกา 5884/2541ฎีกา 6052/2537ฎีกา 233/2536ฎีกา 399/2536ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2669/2524ฎีกา 973/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา