⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4001/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4001/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปยังภูมิลำเนาของจำเลยตามที่ปรากฏในสำนวนขณะส่งหมาย ถือว่าชอบแล้ว แม้จำเลยจะอ้างว่าได้ย้ายภูมิลำเนาไปแล้วก็ตาม หากจำเลยไม่เคยแจ้งการเปลี่ยนแปลงภูมิลำเนาต่อศาล

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องคดีโดยระบุที่อยู่จำเลยว่าอยู่บ้านเลขที่ 4/75 และดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในครั้งแรกคือวันที่ 10 มิถุนายน 2541 โดยจำเลยไม่เคยแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบว่าจำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 706/3ตามคำร้องแต่อย่างใด ที่จำเลยอ้างว่าได้ย้ายไปตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน2539 นั้น ตามคำร้องขอถ่ายเอกสารที่จำเลยยื่นต่อศาลชั้นต้นลงวันที่ 25กุมภาพันธ์ 2540 ซึ่งจำเลยเป็นผู้เรียงเองก็ยังคงระบุไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยอยู่บ้านเลขที่ 4/75 ตามฟ้องโจทก์ หาใช่บ้านเลขที่ 706/3 ดังที่จำเลยอ้างในคำร้องไม่ เมื่อภูมิลำเนาของจำเลยตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนขณะที่ส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่จำเลยคือบ้านเลขที่ 4/75 ตามฟ้องโจทก์ การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาดังกล่าวจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.74 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.37

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์และโจทก์ร่วมได้ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2538 ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 และศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด1 ปี จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ต่อมาศาลชั้นต้นได้นัดคู่ความฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในวันที่ 10 มิถุนายน 2541 เวลา 9 นาฬิกา โดยศาลชั้นต้นได้มีหมายนัดถึงคู่ความและผู้ประกันตัวจำเลยให้ส่งตัวจำเลยมาศาลตามนัด สำหรับการส่งหมายนัดให้จำเลยนั้น ศาลชั้นต้นส่งให้จำเลยโดยการปิดหมายไว้ที่ภูมิลำเนาของจำเลยซึ่งระบุไว้ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นว่าอยู่ที่บ้านเลขที่ 4/75ซอยเผือกจิตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เหตุที่ต้องปิดหมายเนื่องจากบ้านปิด ไม่มีผู้ใดรับแทน ส่วนผู้ประกันตัวจำเลยซึ่งมีทั้งหมด 3 คน ศาลชั้นต้นสามารถแจ้งวันนัดได้ 2 คน ส่วนอีก 1 คนส่งไม่ได้ ครั้นถึงวันเวลานัดจำเลยไม่มาศาลและผู้ประกันที่ทราบนัดแล้วก็ไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องในการส่งตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้นตามนัด ศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับจำเลยเพราะมีเหตุสงสัยว่าจำเลยจะหลบหนีแล้วให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2541 เวลา10 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัดจำเลยและผู้ประกันที่ทราบนัดและที่ยังไม่ทราบนัดก็ไม่มาศาลอีกทั้งผู้ประกันที่ทราบนัดก็ไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องต่อศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นจึงสั่งให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 22กันยายน 2541 เวลา 9 นาฬิกา และศาลชั้นต้นได้ออกหมายจับจำเลยซ้ำพร้อมกับประกาศวันนัดให้ผู้ประกันที่ทราบนัดแล้วทราบนัด โดยปิดประกาศหน้าศาลแทนการส่งหมายนัด ครั้งถึงวันเวลานัดจำเลยและผู้ประกันที่ทราบนัดไม่มาศาล โดยผู้ประกันดังกล่าวมิได้แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลชั้นต้นทราบ ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยโดยถือว่าจำเลยทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามกฎหมายแล้ว และให้ออกหมายจับจำเลยมาจัดการตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อไป ต่อมาวันที่ 4 มิถุนายน 2542 จำเลยได้ยื่นคำร้องขอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยอ้างว่าเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2539 จำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาจากบ้านเลขที่ 4/75 ซอยเผือกจิตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครไปยังบ้านเลขที่ 706/3 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงลาดยาว เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร ดังนั้น เมื่อมีการส่งเอกสารหรือหมายศาลไปยังบ้านเลขที่4/75 ดังกล่าว จำเลยจึงไม่ทราบเรื่องเป็นเหตุให้จำเลยไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และไม่ทราบว่าถูกออกหมายจับ อีกทั้งยังไม่ทราบเรื่องจากผู้ประกัน ถือว่าการที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลย โดยถือว่าจำเลยทราบผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วนั้น เป็นการไม่ชอบ จำเลยจึงขอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ยื่นคำร้องดังกล่าว เพื่อที่จำเลยจะได้ใช้สิทธิฎีกาต่อไป ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วไม่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังโดยมีคำสั่งว่าศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 22 กันยายน 2541และถือว่าจำเลยทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วในวันดังกล่าว จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่จำเลยโดยชอบแล้วหรือไม่ จำเลยอ้างในคำร้องขอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลงวันที่ 4มิถุนายน 2542 ว่า จำเลยย้ายที่อยู่จากบ้านเลขที่ 4/75 ซอยเผือกจิตรพหลโยธิน 23 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 706/3 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงลาดยาว เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2539 หากมีเอกสารใด ๆส่งไปยังบ้านเลขที่ 4/75 ซอยเผือกจิตรฯ จำเลยจะไม่ทราบเรื่อง จำเลยจึงไม่ทราบเรื่องการนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยระบุที่อยู่จำเลยว่าอยู่บ้านเลขที่ 4/75 ซอยเผือกจิตร แขวงลาดยาวเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในครั้งแรก คือวันที่ 10 มิถุนายน2541 โดยจำเลยไม่เคยแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบว่าจำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 706/3 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงลาดยาว เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร ตามคำร้องแต่อย่างใด ที่จำเลยอ้างว่าได้ย้ายไปตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2539 นั้น ตามคำร้องขอถ่ายเอกสารที่จำเลยยื่นต่อศาลชั้นต้นลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2540 เอกสารอันดับที่ 93 ในสำนวนซึ่งจำเลยเป็นผู้เรียงเอง ก็ยังคงระบุไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยอยู่บ้านเลขที่ 4/75ซอยเผือกจิตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามฟ้องโจทก์หาใช่บ้านเลขที่ 706/3 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงลาดยาว เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร ดังที่จำเลยอ้างในคำร้องไม่ เมื่อภูมิลำเนาของจำเลยตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนขณะที่ส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่จำเลย คือบ้านเลขที่ 4/75 ซอยเผือกจิตร แขวงลาดยาวเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามฟ้องโจทก์ ดังนี้ การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาดังกล่าวจึงชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4001/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย เกิดศักดิ์ สุริยาสกล โจทก์ นางสาว จิตติมา หงษ์อานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย เกิดศักดิ์ สุริยาสกล · จำเลย - นางสาว จิตติมา หงษ์อานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพินทร บรรจงศิลป · สมชาย จุลนิติ์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 541/2509ฎีกา 5015/2541ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4970/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ