⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5541/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5541/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติแล้ว จำเลยจะอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงนั้นขึ้นมาใหม่ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การรับสารภาพว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ข้อเท็จจริงในคดีจึงต้องรับฟังเป็นยุติถึงการกระทำความผิดของจำเลยได้ตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยไม่อาจที่จะโต้แย้งเป็นอย่างอื่นได้ การที่จำเลยอุทธรณ์ขึ้นมาว่ามิได้มีเจตนากระทำผิด เป็นอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติไปแล้ว อันถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยให้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 45 และ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม.38 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม.45

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓, ๖๓, ๗๗ จัตวา, ๘๕, ๘๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๐ ริบของกลาง ระหว่างพิจารณา บริษัทสยามดัทช์ โมสควิโต้ เน็ตติ้ง จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘๕, ๘๘ ประกอบมาตรา ๖๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๑ ปี และปรับคนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๖ เดือน และปรับคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ คงปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กลับตัวต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๓ เพียงผู้เดียวเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนจำเลยที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นเพียงผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยที่ ๒ เท่านั้น ในการที่จำเลยที่ ๒ ผลิตสินค้าของกลางก็มิได้ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ แต่ผลิตตามที่มีลูกค้าจากต่างประเทศว่าจ้างให้ผลิตโดยลูกค้าเป็นผู้กำหนดรูปแบบสินค้าพร้อมส่งตัวอย่างมาให้เป็นแบบด้วย ทั้งจำเลยทั้งสามไม่ทราบมาก่อนว่าโจทก์ร่วมได้ขอรับสิทธิบัตรและได้รับสิทธิบัตรแบบผลิตภัณฑ์สำหรับสินค้าตามฟ้อง จำเลยทั้งสามมิได้มีเจตนากระทำผิดคดีนี้นั้น เห็นว่า จำเลยทั้งสามได้ให้การรับสารภาพว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์แล้ว ดังนั้น ข้อเท็จจริงในคดีจึงต้องรับฟังเป็นยุติถึงการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามได้ตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสามไม่อาจที่จะโต้แย้งเป็นอย่างอื่นได้ การที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขึ้นมาดังกล่าวนั้น เป็นอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติไปแล้วอันถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ว่าจำเลยทั้งสามไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสามมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยให้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยทั้งสามคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงปรับคนละ ๕๐,๐๐๐ บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ และบังคับจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5541/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทสยามดัทช์ โมสควิโต้ เน็ตติ้ง จำกัด โจทก์ร่วม นางสาวสุภิณ แซ่ยิ้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - บริษัทสยามดัทช์ โมสควิโต้ เน็ตติ้ง จำกัด · จำเลย - นางสาวสุภิณ แซ่ยิ้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ เพชรรุ่ง · ทวีชัย เจริญบัณฑิต · พิชิต คำแฝง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายวราคมน์ เลี้ยวพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2328/2533ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 6695/2548ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 848/2545ฎีกา 6321/2544ฎีกา 16889/2555ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 3329/2550ฎีกา 514/2486ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1895/2492ฎีกา 4636/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา