⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6469-6470/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6469-6470/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งสำเนาคำคู่ความให้แก่คู่ความ ณ ภูมิลำเนาของคู่ความนั้นเป็นกระบวนพิจารณาที่มุ่งหมายให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม หากฝ่าฝืน ศาลมีอำนาจสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่หนึ่ง แต่เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องอุทธรณ์แล้วมีการจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้จำเลย ณ อีกที่หนึ่ง ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่การส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลย ตลอดจนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลยใหม่ ซึ่งเป็นการสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เพราะสำเนาอุทธรณ์เป็นคำคู่ความจะต้องส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยหากฝ่าฝืนต้องถือว่ามิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลอุทธรณ์ภาค 1จึงมีอำนาจที่จะสั่งได้ หากการส่งสำเนาคำฟ้องอุทธรณ์ให้แก่จำเลยไม่ชอบเสียแล้วการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมไม่ชอบไปด้วยเมื่อเหตุที่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบเป็นเพราะกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ซึ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 บัญญัติทางแก้ไว้แล้วจึงไม่ใช่เรื่องที่คู่ความจะต้องแก้ไขโดยใช้สิทธิได้เพียงฎีกาเท่านั้น จำเลยขับรถยนต์บรรทุกมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 16,846 กิโลกรัม เป็นเรื่องเจตนากระทำผิดโดยไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายหวังแต่ประโยชน์ที่จะได้โดยไม่คำนึง ถึงความเสียหายต่อประเทศชาติและผลประโยชน์ของส่วนรวม จึงสมควร ลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษให้ และสมควรริบรถยนต์บรรทุกด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2482 ม.61 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2482 ม.73

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535มาตรา 61, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 จำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพไม่ลดโทษให้ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ภายในกำหนดเวลา 1 ปี และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนดเวลา 48 ชั่วโมง ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษและริบรถยนต์บรรทุกของกลางโดยอัยการพิเศษประจำเขต 3 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้คู่ความฟังแล้วจำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ได้รับสำเนาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยตามที่อยู่ในคำฟ้องอันมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาแล้วเห็นว่ากระบวนพิจารณาตั้งแต่การส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลย การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ผิดระเบียบ จึงให้เพิกถอน ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยใหม่ ศาลชั้นต้นดำเนินการแล้วส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 เดือนไม่รอการลงโทษ ไม่ลงโทษปรับ และให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ จำเลยฎีกา ขอให้รอการลงโทษและให้ยกคำขอเรื่องริบของกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่โจทก์ฎีกาขึ้นมานั้น ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนฟังได้ว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 809 หมู่ที่ 1 ถนนคลองส่งน้ำ ซอยสามยอด ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา แต่เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องอุทธรณ์แล้วมีการจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้จำเลยณ บ้านเลขที่ 809 ถนนสุรนารี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่การส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลย ตลอดจนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลยใหม่ ซึ่งเป็นการสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เพราะสำเนาอุทธรณ์เป็นคำคู่ความจะต้องส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลย หากฝ่าฝืนต้องถือว่ามิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงมีอำนาจที่จะสั่งได้ที่โจทก์อ้างว่าเมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไปแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีผลบังคับนับแต่วันอ่าน หากคู่ความไม่พอใจ ต้องฎีกาต่อไปยังศาลฎีกาเมื่อไม่ฎีกาภายในกำหนดระยะเวลา คดีย่อมถึงที่สุด การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1หยิบยกคำร้องคดีนี้ขึ้นมาวินิจฉัยอีกเป็นการไม่ชอบนั้นไม่มีกฎหมายสนับสนุนหากแต่เป็นเรื่องที่โจทก์เข้าใจเอาเอง เพราะหากการส่งสำเนาคำฟ้องอุทธรณ์ให้แก่จำเลยไม่ชอบเสียแล้ว การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมไม่ชอบไปด้วย เมื่อเหตุที่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบเป็นเพราะกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27บัญญัติทางแก้ไว้แล้วจึงไม่ใช่เรื่องที่คู่ความจะต้องแก้ไขโดยใช้สิทธิได้เพียงฎีกาเท่านั้นคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษและให้ยกคำขอเรื่องริบของกลางนั้นเห็นว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นเรื่องเจตนากระทำผิดโดยไม่เคารพยำเกรงกฎหมายหวังแต่ประโยชน์ที่จะได้โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อประเทศชาติและผลประโยชน์ของส่วนรวม ไม่มีเหตุอันควรปรานีรอการลงโทษให้ รวมทั้งไม่มีเหตุอันควรที่จะไม่ริบของกลางแต่อย่างใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6469 - 6470/2543 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา (พิมาย โจทก์ นายสงวน สาธิตธรรมชาติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา (พิมาย · จำเลย - นายสงวน สาธิตธรรมชาติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 99/2541ฎีกา 1891/2500ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1554/2521ฎีกา 6293/2541ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 531/2510ฎีกา 3589/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ