⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6469-6470/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6469-6470/2543

ป.อาญา ม.33, 56 · พ.ร.บ.ทางหลวง ม.61, 73 · ป.วิ.อาญา ม.15

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งสำเนาคำคู่ความให้แก่คู่ความ ณ ภูมิลำเนาของคู่ความนั้นเป็นกระบวนพิจารณาที่มุ่งหมายให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม หากฝ่าฝืน ศาลมีอำนาจสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่หนึ่ง แต่เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องอุทธรณ์แล้วมีการจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้จำเลย ณ อีกที่หนึ่ง ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่การส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลย ตลอดจนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลยใหม่ ซึ่งเป็นการสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เพราะสำเนาอุทธรณ์เป็นคำคู่ความจะต้องส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยหากฝ่าฝืนต้องถือว่ามิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลอุทธรณ์ภาค 1จึงมีอำนาจที่จะสั่งได้ หากการส่งสำเนาคำฟ้องอุทธรณ์ให้แก่จำเลยไม่ชอบเสียแล้วการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมไม่ชอบไปด้วยเมื่อเหตุที่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบเป็นเพราะกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ซึ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 บัญญัติทางแก้ไว้แล้วจึงไม่ใช่เรื่องที่คู่ความจะต้องแก้ไขโดยใช้สิทธิได้เพียงฎีกาเท่านั้น จำเลยขับรถยนต์บรรทุกมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 16,846 กิโลกรัม เป็นเรื่องเจตนากระทำผิดโดยไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายหวังแต่ประโยชน์ที่จะได้โดยไม่คำนึง ถึงความเสียหายต่อประเทศชาติและผลประโยชน์ของส่วนรวม จึงสมควร ลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษให้ และสมควรริบรถยนต์บรรทุกด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2482 ม.61 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2482 ม.73

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535มาตรา 61, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 จำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพไม่ลดโทษให้ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ภายในกำหนดเวลา 1 ปี และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนดเวลา 48 ชั่วโมง ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษและริบรถยนต์บรรทุกของกลางโดยอัยการพิเศษประจำเขต 3 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้คู่ความฟังแล้วจำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ได้รับสำเนาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยตามที่อยู่ในคำฟ้องอันมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาแล้วเห็นว่ากระบวนพิจารณาตั้งแต่การส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลย การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ผิดระเบียบ จึงให้เพิกถอน ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยใหม่ ศาลชั้นต้นดำเนินการแล้วส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 เดือนไม่รอการลงโทษ ไม่ลงโทษปรับ และให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ จำเลยฎีกา ขอให้รอการลงโทษและให้ยกคำขอเรื่องริบของกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่โจทก์ฎีกาขึ้นมานั้น ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนฟังได้ว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 809 หมู่ที่ 1 ถนนคลองส่งน้ำ ซอยสามยอด ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา แต่เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องอุทธรณ์แล้วมีการจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้จำเลยณ บ้านเลขที่ 809 ถนนสุรนารี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่การส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลย ตลอดจนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลยใหม่ ซึ่งเป็นการสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เพราะสำเนาอุทธรณ์เป็นคำคู่ความจะต้องส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลย หากฝ่าฝืนต้องถือว่ามิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงมีอำนาจที่จะสั่งได้ที่โจทก์อ้างว่าเมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไปแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีผลบังคับนับแต่วันอ่าน หากคู่ความไม่พอใจ ต้องฎีกาต่อไปยังศาลฎีกาเมื่อไม่ฎีกาภายในกำหนดระยะเวลา คดีย่อมถึงที่สุด การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1หยิบยกคำร้องคดีนี้ขึ้นมาวินิจฉัยอีกเป็นการไม่ชอบนั้นไม่มีกฎหมายสนับสนุนหากแต่เป็นเรื่องที่โจทก์เข้าใจเอาเอง เพราะหากการส่งสำเนาคำฟ้องอุทธรณ์ให้แก่จำเลยไม่ชอบเสียแล้ว การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมไม่ชอบไปด้วย เมื่อเหตุที่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบเป็นเพราะกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27บัญญัติทางแก้ไว้แล้วจึงไม่ใช่เรื่องที่คู่ความจะต้องแก้ไขโดยใช้สิทธิได้เพียงฎีกาเท่านั้นคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษและให้ยกคำขอเรื่องริบของกลางนั้นเห็นว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นเรื่องเจตนากระทำผิดโดยไม่เคารพยำเกรงกฎหมายหวังแต่ประโยชน์ที่จะได้โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อประเทศชาติและผลประโยชน์ของส่วนรวม ไม่มีเหตุอันควรปรานีรอการลงโทษให้ รวมทั้งไม่มีเหตุอันควรที่จะไม่ริบของกลางแต่อย่างใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6469 - 6470/2543 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา (พิมาย โจทก์ นายสงวน สาธิตธรรมชาติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา (พิมาย · จำเลย - นายสงวน สาธิตธรรมชาติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1610/2539ฎีกา 2365/2563ฎีกา 7980/2551ฎีกา 13379/2555ฎีกา 4810/2542ฎีกา 21848/2555ฎีกา 280/2530ฎีกา 20504/2556ฎีกา 99/2541ฎีกา 1891/2500ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1554/2521ฎีกา 6293/2541ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 917/2564ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 605/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ