⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7235/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7235/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ณ ภูมิลำเนาตามหลักฐานของทางราชการถือว่าเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่จำเลยจะพิสูจน์ได้ว่าได้ย้ายภูมิลำเนาไปแล้วจริง การส่งหมายโดยวิธีอื่นตามมาตรา 79 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อไม่สามารถส่งโดยวิธีธรรมดาได้.

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานเดินหมายได้ปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่ภูมิลำเนาของจำเลยทั้งห้าตามหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครสำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด และตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 ทั้งนี้หนังสือรับรองและ แบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรดังกล่าวเป็นหลักฐานเบื้องต้นของทางราชการที่แสดงว่าจำเลยทั้งห้ามีถิ่นอยู่อันเป็นภูมิลำเนา ณ ที่นั้น จำเลยทั้งห้าจึงมีหน้าที่นำสืบว่าได้ย้ายจากภูมิลำเนาตามหลักฐานดังกล่าวแต่พยานหลักฐานจำเลยทั้งห้าฟังไม่ได้ว่าได้ย้ายจากภูมิลำเนาตามหลักฐานดังกล่าวไปแล้ว จึงต้องฟังว่าจำเลยทั้งห้ายังคงมีภูมิลำเนาอยู่ตามหนังสือรับรองและแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยทั้งห้า ณ ภูมิลำเนาดังกล่าวจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบ เมื่อจำเลยทั้งห้าไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดถือว่าจำเลยทั้งห้าขาดนัดยื่นคำให้การ เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 5 ยังมีภูมิลำเนาที่แน่นอนตามสถานที่ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลจะส่งหมายนัดโดยวิธีอื่นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นปิดประกาศหน้าศาลแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 5 โดยไม่ได้ส่งหมายโดยวิธีธรรมดาก่อนจึงไม่ชอบ จะถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 5 ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์แล้วยังไม่ได้ ทำให้กระบวนพิจารณาหลังจากนั้นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นกรณีมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม ชอบที่จะต้องเพิกถอนเสียตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 การส่งหมายเรียกให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 นั้นไม่พบจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงทำการปิดหมายไว้ เมื่อถึงวันนัดจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่มาศาล จึงเป็นกรณีมิอาจติดต่อส่งหมายให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 โดยวิธีธรรมดาได้ ที่ศาลชั้นต้นปิดประกาศแจ้งวันนัดสืบพยานให้แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ที่หน้าศาลจึงชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 79 แล้ว เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์จึงเป็นการจงใจขาดนัดพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระหนี้เบิกเงินเกินบัญชี หนี้ตามหนังสือค้ำประกันและหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งห้าขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระหนี้พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ว่า จำเลยทั้งห้าไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับหมายนัดสืบพยานโจทก์ โดยเอกสารดังกล่าวส่งไปยังที่อยู่ตามฟ้องซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลยทั้งห้าในขณะนั้นจำเลยทั้งห้าไม่ทราบคำฟ้องและกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ จึงไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำนวนหนี้ตามฟ้องไม่ถูกต้องโดยหนี้เบิกเงินเกินบัญชีมีการคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย ส่วนหนี้ตามหนังสือค้ำประกัน และหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินได้มีการชำระไปแล้ว โจทก์คัดค้านว่า หมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง กับหมายนัดสืบพยานโจทก์ได้ส่งไปยังภูมิลำเนาของจำเลยทั้งห้าโดยชอบแล้ว โจทก์มีพยานหลักฐานยืนยันว่าจำเลยทั้งห้าเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งห้าใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เจ้าพนักงานเดินหมายได้ปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามหนังสือรับรอง สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กับที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งห้าในประการแรกว่า จำเลยทั้งห้าจงใจขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่ เห็นว่า เจ้าพนักงานเดินหมายได้ปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่ภูมิลำเนาของจำเลยทั้งห้าตามหนังสือรับรองและแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรซึ่งเป็นหลักฐานเบื้องต้นของทางราชการที่แสดงว่าจำเลยทั้งห้ามีถิ่นที่อยู่อันเป็นภูมิลำเนา ณ ที่นั้น จำเลยทั้งห้าจึงมีหน้าที่นำสืบให้เห็นโดยชัดแจ้งว่า จำเลยทั้งห้าได้ย้ายจากภูมิลำเนาตามหลักฐานดังกล่าว แต่พยานหลักฐานจำเลยทั้งห้าฟังไม่ได้ว่าได้ย้ายจากภูมิลำเนาตามหลักฐานดังกล่าวไปแล้ว จึงต้องฟังว่า จำเลยทั้งห้ายังคงมีภูมิลำเนาอยู่ตามหนังสือรับรองและแบบรับรองรายการทะเบียนราฏฎร การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยทั้งห้า ณ ภูมิลำเนาดังกล่าวจึงเป็นการดำเนินการกระบวนพิจารณาที่ชอบ เมื่อจำเลยทั้งห้าไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ถือว่าจำเลยทั้งห้าขาดนัดยื่นคำให้การ ในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 พนักงานเดินหมายได้เดินทางไปยังสถานที่ที่ระบุตามหนังสือรับรองของจำเลยที่ 1 พบตึกแถวติดป้ายชื่อจำเลยที่ 1 ส่วนการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 5 พนักงานเดินหมายพบคนในบ้านแจ้งว่าจำเลยที่ 5 ไม่อยู่ตามรายงานการเดินหมายให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 5 ดังกล่าว แสดงว่าจำเลยที่ 1 และที่ 5 ยังมีภูมิลำเนาที่แน่นอนตามสถานที่ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลจะสั่งให้ส่งหมายนัดโดยวิธีอื่นตามมาตรา 79 ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นปิดประกาศที่หน้าศาลแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 5 โดยไม่ได้ดำเนินการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาก่อนจึงไม่ชอบ กรณีจะถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 5 ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์แล้วยังไม่ได้ ทำให้กระบวนพิจารณาหลังจากนั้นต่อมาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย ซึ่งการส่งหมายนัดให้จำเลยที่ 1 และที่ 5 โดยไม่ชอบนั้นเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม ชอบที่จะต้องเพิกถอนเสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 แต่การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 นั้น ได้ความตามรายงานการเดินหมายว่าไม่พบจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงทำการปิดหมายไว้ เมื่อถึงวันนัดจำเลยที่ 2 และที่ 4 ก็ไม่มาศาล จึงเป็นกรณีที่ไม่อาจติดต่อส่งหมายให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ด้วยวิธีธรรมดาได้ ที่ศาลชั้นต้นปิดประกาศแจ้งวันนัดสืบพยานให้แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ที่หน้าศาล จึงชอบด้วยมาตรา 79 แล้ว เมื่อปรากฏว่า ศาลชั้นต้นปิดประกาศวันนัดที่หน้าศาลให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ทราบเป็นเวลาเกินกว่า 15 วันแล้ว ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ทราบนัดโดยชอบ การที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ จึงเป็นการจงใจขาดนัดพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอพิจารณาใหม่ในส่วนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงชอบแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 1 กับที่ 5 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตั้งแต่การส่งหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยที่ 1 กับที่ 5 แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 กับที่ 5 ทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7235/2543 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ บริษัทเวิลด์เท็คโนโลยี่โคออเปอเรชั่น จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - บริษัทเวิลด์เท็คโนโลยี่โคออเปอเรชั่น จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · วินัย วิมลเศรษฐ · สุรพล เจียมจูไร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายธีระพงศ์ จิระภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายพิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1843/2536ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 5146/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2521/2540ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 1172/2514ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2280/2559ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3055/2526ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5415/2543ฎีกา 2051/2536ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 5015/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา