⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6327/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6327/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่ขอให้นับโทษต่อ และโจทก์อ้างว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้ว โดยจำเลยมิได้แก้ฎีกาหรือฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าว ย่อมรับฟังได้ว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้วจริง ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้นับโทษต่อได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาอีกคดีหนึ่งซึ่งจำเลยรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ แต่ศาลชั้นต้นไม่นับโทษต่อให้เพราะคดีดังกล่าวยังไม่ได้พิพากษา เมื่อโจทก์ฎีกาขอให้นับโทษต่อโดยอ้างว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วโดยจำคุกจำเลยรวม10 ปี จำเลยไม่ได้แก้ฎีกาหรือฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงฟังได้ว่าคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้วจริง ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้นับโทษต่อได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบแจกันทองเหลือง นับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำคุก6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบแจกันทองเหลืองนั้น เห็นว่าแจกันดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดจึงไม่ริบ ให้ยกคำขอส่วนนี้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีดังกล่าวศาลยังไม่มีคำพิพากษา จึงยังไม่มีโทษจำคุกที่จะนับโทษต่อได้ จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67จำคุก 5 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน50 เม็ด และแจกันทองเหลืองบรรจุเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 ใบ เป็นของกลาง ได้ส่งของกลางไปตรวจพิสูจน์ที่กองกำกับการวิทยาการเขต 1สำนักงานวิทยาการตำรวจผลการตรวจปรากฏว่าเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดเมทแอมเฟตามีน ตามรายงานผลการตรวจพิสูจน์เอกสารหมาย จ.7คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน50 เม็ดไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าเมทแอมเฟตามีนมิใช่ของจำเลยและมิได้ค้นพบที่บ้านจำเลย เหตุที่จำเลยลงชื่อในบันทึกการตรวจค้นและจับกุมเนื่องจากถูกเจ้าพนักงานตำรวจข่มขู่นั้น ข้อเท็จจริงจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 50 เม็ดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 50 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ลงแก่จำเลยนั้นสูงเกินไป ขอให้ลงโทษในสถานเบานั้น เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลพินิจวางโทษจำเลยก่อนลดจำคุก 5 ปีลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 3 ปี 4 เดือน นั้น นับว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็นอย่างอื่นฎีกาของจำเลยข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น และที่โจทก์ฎีกาอีกประการหนึ่งขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยก็รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ แต่ศาลชั้นต้นไม่นับโทษต่อให้เพราะคดีดังกล่าวศาลยังไม่ได้พิพากษา เมื่อโจทก์ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าว โดยอ้างว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วโดยพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยรวมแล้วมีกำหนด 10 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6036/2543 จำเลยไม่ได้แก้ฎีกาหรือฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงฟังได้ว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้วจริง ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้นับโทษต่อได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น" พิพากษายืน และให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 หมายเลขแดงที่ 6036/2543ของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6327/2544 พนักงานอัยการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายเสน่ห์ สมบุญตี๋ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายเสน่ห์ สมบุญตี๋
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย วิสิทธวงศ์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · จรูญวิทย์ ทองสอน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4333/2560ฎีกา 529/2484ฎีกา 5387/2547ฎีกา 88/2520ฎีกา 7238/2553ฎีกา 336/2557ฎีกา 709/2491ฎีกา 1141/2515ฎีกา 3790/2527ฎีกา 1929/2567ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 2590/2524ฎีกา 127/2533ฎีกา 4411/2536ฎีกา 3475/2550ฎีกา 4620-4621/2543ฎีกา 757/2521ฎีกา 19246/2555ฎีกา 5749/2544ฎีกา 1282/2531ฎีกา 1518/2565ฎีกา 1408/2516ฎีกา 3518-3522/2530ฎีกา 2229/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ