⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6539/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6539/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปยังภูมิลำเนาที่ระบุไว้ในสัญญาและทะเบียนราษฎร์ โดยมีผู้รับแทน ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบ แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนาอื่นอีกก็ตาม. คำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ต้องยื่นภายในกำหนด 7 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ตามสัญญาค้ำประกันระบุว่า จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ ที่โจทก์ระบุในคำฟ้อง ทั้งตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร์จากฐานข้อมูลการทะเบียนสำนักทะเบียนกลางกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับรองก่อนวันที่โจทก์ฟ้อง 3 วัน ก็ระบุว่าจำเลยที่ 2 มีที่อยู่บ้านเลขที่ดังกล่าว การส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้แก่จำเลยที่ 2 โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามคำสั่งของศาลแรงงานกลางก็มีบุคคลเดียวกับบุคคลที่เคยรับหนังสือทวงถามไว้แทนจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับไว้แทน น่าเชื่อว่าบ้านเลขที่ตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้องเป็นถิ่นที่อยู่ของจำเลยที่ 2 จริง แม้จำเลยที่ 2 จะอ้างว่ามีภูมิลำเนาแห่งอื่นอีก หากเป็นความจริงก็ต้องถือว่า จำเลยที่ 2 มีถิ่นที่อยู่หลายแห่ง บ้านเลขที่ตามฟ้องโจทก์ย่อมเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 ด้วยแห่งหนึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 38 การส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้แก่จำเลยที่ 2 ณ ภูมิลำเนาตามฟ้อง โดยมีผู้รับแทนจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงเป็นการส่งหมายโดยชอบ ย่อมถือว่าจำเลยที่ 2 ทราบวันนัดพิจารณาโดยชอบแล้ว ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ขาดนัดในวันที่ 9 กันยายน 2542 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2543 เกินกำหนด 7 วันนับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดตาม พ.ร.บ. จัดตั้ง ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41 คำสั่งศาลแรงงานกลางที่ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.29 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.38 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างและจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันชำระค่า เสียหายแก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๙๙,๗๗๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๒ จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยจำเลยที่ ๒ รับผิดในต้นเงินเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๒ จนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องลงวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๓ ขอให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๒ ไม่จงใจขาดนัดเพราะศาลส่งหมายเรียกแก่จำเลยที่ ๒ ที่บ้านเลขที่ ๑๐๒/๓ ถนนประชาธิปัตย์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งความจริงแล้วจำเลยที่ ๒ มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านพักครูโรงเรียนราษฎร์วิทยา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี จำเลยที่ ๒ จึงไม่ทราบวันนัด หากจำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้คดี จำเลยที่ ๒ สามารถชนะคดีโจทก์ได้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องเกินกำหนด ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งว่าขาดนัดตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๑ ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๘ บัญญัติว่า "ถ้าบุคคลธรรมดามีถิ่นที่อยู่หลายแห่งซึ่งอยู่สับเปลี่ยนกันไป หรือมีหลักแหล่งที่ทำการงานเป็นปกติหลายแห่ง ให้ถือว่าแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้น" ปรากฏข้อเท็จจริงจากสำนวนคดีนี้ว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาค้ำประกันรับรองความเสียหาย ระบุว่า จำเลยที่ ๒ มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๒๐/๓ ถนนประชาธิปัตย์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ ๒ ตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้อง ทั้งตามแบบรับรองรายงานการทะเบียนราษฎร์จากฐานข้อมูลการทะเบียน สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับรอง ณ วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๒ ก่อนวันที่โจทก์ฟ้องสามวัน ก็ระบุว่าจำเลยที่ ๒ มีที่อยู่บ้านเลขที่ดังกล่าว การส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามคำสั่งของศาลแรงงานกลางก็มีผู้รับไว้แทนจำเลยที่ ๒ ซึ่งผู้รับแทนนี้ก็เป็นบุคคลเดียวกับที่เคยรับหนังสือทวงถาม และใบตอบรับในประเทศ จึงน่าเชื่อว่าบ้านเลขที่ ๑๒๐/๓ ถนนประชาธิปัตย์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นถิ่นที่อยู่ของจำเลยที่ ๒ จริง แม้จำเลยที่ ๒ จะอ้างว่าจำเลยที่ ๒ มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านพักครูโรงเรียนราษฎร์วิทยา จังหวัดเพชรบุรี ก็ตาม หากเป็นความจริงก็ต้อง ถือว่าจำเลยที่ ๒ มีถิ่นที่อยู่หลายแห่ง ดังนั้น บ้านเลขที่ ๑๒๐/๓ ถนนประชาธิปปัตย์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ย่อมเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ ๒ ด้วยแห่งหนึ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๘ ดังกล่าวข้างต้น เมื่อปรากฏว่ามีการส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้แก่จำเลยที่ ๒ ณ ภูมิลำเนาตามฟ้อง ทั้งมีผู้รับแทนจำเลยที่ ๒ จึงเป็นการส่งหมายโดยชอบ ย่อมถือว่าจำเลยที่ ๒ ทราบวันที่ศาลแรงงานกลางนัดพิจารณาคดีนี้โดยชอบแล้ว เมื่อปรากฏว่า ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีนี้และมีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๒ ขาดนัดในวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๒ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๓ จึงเกินกำหนด ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๑ คำสั่งศาลแรงงานกลางที่ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6539/2544 บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายสุรพงษ์ เตชะอังกูร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายสุรพงษ์ เตชะอังกูร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · จรัส พวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2893/2540ฎีกา 3116/2529ฎีกา 534/2509ฎีกา 2894/2532ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 10217/2551ฎีกา 2522/2531ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 8374/2547ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493ฎีกา 5086/2537ฎีกา 5111/2543ฎีกา 602/2488ฎีกา 4139/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1081/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา