คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2473
ย่อคำพิพากษา
เมียไปกู้เงินมาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผัว การกู้เปนโมฆียะถ้าผัวบอกล้าง การกู้เปนโมฆะ สินบริคณห์ไม่ต้องรับผิดชอบด้วยผัวบอกล้างเมื่ออย่ากันแล้วได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยเปนภรรยาผู้ร้อง แต่ได้อย่าขาดกันแล้ว ก่อนอย่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์มา โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ร้อง ภายหลังจำเลยได้ทำสัญญายอมต่อศาลรับใช้หนี้ให้โจทก์ ในที่สุดโจทก์นำเจ้าพนักงานยึดที่บ้านซึ่งเปนสินบริคณห์ระวางผู้ร้องกับจำเลย ผู้ร้องจึงร้องคัดค้าน และผู้ร้องไม่รับรู้ในหนี้สินรายที่โจทก์ฟ้องนี้ ขอให้ถอนการยึด
ศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินว่าโจทก์มีสิทธิยึดได้เพียงที่เปนส่วนของจำเลย จึงให้ขายที่บ้านเอาส่วนของจำเลยใช้หนี้โจทก์ ๑ ใน ๓ เหลืออีก ๒ ใน ๓ คืนให้ผู้ร้องไป
ผู้ร้องฎีกาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาตัดสินกลับศาลล่างว่า การกู้เงินรายนี้ เมื่อผู้ร้องคือสามีจำเลยไม่ได้ยินยอมก็ต้องถือว่าการกู้เปนโมฆียะตาม ม.๓๘ และปัญหาที่ว่าการที่ผู้ร้องบอกล้างไม่ยอมรับผิดการกู้ของจำเลยภายหลังที่ยอ่ากันแล้วเช่นนี้ได้หรือไม่นั้น เห็นว่าผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างไม่รับผิดต่อการที่จะผูกพันสินบริคณห์ได้ เมื่อผู้ร้องได้บอกล้างเช่นนี้ ต้องถือวาการกู้เปนโมฆะมาแต่แรกตาม ม.๑๓๘ สินบริคณห์หาต้องรับผิดชอบไม่ ฉะนั้นโจทก์นำยึดที่บ้านรายนี้ไม่ได้ ส่วนการทีผู้ร้องกับจำเลยอย่ากัน และจะมีส่วนได้ในสินบริคณห์อย่างไรหรือไม่ เปนคนละเรืองกับคดนี้ จึงให้ถอนการยึดที่บ้านรายนี้คืนให้ผู้ร้องไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2473
นายชุ่ม อนพันธ์ โจทก์
นางฝาก รัตนวิจิตร์ จำเลย
นายแคล้ว รัตนวิจิตร์ ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชุ่ม อนพันธ์ · จำเลย - นางฝาก รัตนวิจิตร์ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายแคล้ว รัตนวิจิตร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · หริศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสารนิติ · ศาลอุทธรณ์ - นายแอสตัน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา