⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7451/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7451/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีหน้าที่ควบคุมการพิจารณาคดีให้เป็นไปโดยไม่ล่าช้า และต้องพิจารณาคำร้องขอเลื่อนคดีตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยคำนึงถึงเหตุจำเป็นและสมควรในการอนุญาต.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ควบคุมการพิจารณาคดีให้เป็นไปโดยไม่ล่าช้าเป็นประโยชน์แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี เมื่อมีคำร้องขอเลื่อนคดีจะต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 40 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ว่าคำร้องขอเลื่อนคดีดังกล่าวมีเหตุจำเป็นและสมควรอนุญาตหรือไม่ ศาลชั้นต้นเริ่มพิจารณาคดีนัดแรกโดยให้นัดพร้อมวันที่ 29มกราคม และให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 2 เมษายนแต่ในวันดังกล่าวพยานติดราชการไม่อาจมาศาลได้ ศาลชั้นต้นจึงให้เลื่อนการพิจารณาไปวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งในวันดังกล่าว ส. ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีโดยอ้างเหตุว่าเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นทนายความและยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดแห่งคดี แต่เมื่อ ว. ทนายความที่ศาลชั้นต้นแต่งตั้งให้เป็นทนายความของจำเลยทั้งสองได้มาศาลและพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ปรากฏว่ามีข้อบกพร่องแต่ประการใด ทั้งคดีได้มีการเลื่อนการพิจารณามาประมาณ 5 เดือนแล้ว จึงไม่มีเหตุจำเป็นและไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไป แม้จำเลยทั้งสองจะได้ยื่นคำร้องขอถอน ว. ออกจากการเป็นทนายความในระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาก็ตาม ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตหากพิจารณาเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะประวิงคดีและรอไว้จนกระทั่ง ว. ถามค้านพยานโจทก์ทั้งสองปากเสร็จสิ้นจึงได้อนุญาตตามคำร้องของจำเลยทั้งสอง ทั้งนี้เพื่อควบคุมการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปโดยไม่ล่าช้า ดังนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นในวันที่ 5 มิถุนายน จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83และคืนเงินที่ใช้ในการล่อซื้อแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83)จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือนคืนเงินที่ใช้ในการล่อซื้อแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้กระทำความผิดนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำคุกคนละ 5 ปี ลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละหนึ่งในสามคงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นในวันที 5 มิถุนายน 2541 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาคดีในวันที่ 5 มิถุนายน 2541 ตามคำร้องขอของนายแสงชัย เจียระนัยปรีเปรมทนายความที่จำเลยทั้งสองแต่งตั้ง และยังคงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยให้นายวรวิทย์ กิตติชยางกูร ทนายความที่ศาลแต่งตั้งทำหน้าที่เป็นทนายความของจำเลยทั้งสองถามค้านพันตำรวจโทระยอง ยังอยู่และจ่าสิบตำรวจมานพ เทศเรือง พยานโจทก์ต่อไปก่อนทั้งที่จำเลยทั้งสองได้แถลงด้วยวาจาว่าไม่ประสงค์ให้นายวรวิทย์ทำหน้าที่เป็นทนายความให้แก่จำเลยทั้งสอง และยังได้ยื่นคำร้องขอถอนนายวรวิทย์จากการเป็นทนายความก่อนที่นายวรวิทย์จะถามค้านพันตำรวจโทระยองพยานโจทก์ปากแรกเสร็จสิ้นลง แต่ศาลชั้นต้นยังคงให้นายวรวิทย์ทำหน้าที่ต่อไปจนเสร็จสิ้นการถามค้านจ่าสิบตำรวจมานพพยานโจทก์ปากที่สอง จากนั้นจึงมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองถอนนายวรวิทย์จากการเป็นทนายความของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบเพราะไม่ให้โอกาสจำเลยทั้งสองต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่นั้น เห็นว่าการพิจารณาคำร้องขอเลื่อนคดีของนายแสงชัยทนายความที่จำเลยทั้งสองแต่งตั้ง ศาลชั้นต้นซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการพิจารณาคดีให้เป็นไปโดยไม่ล่าช้าเป็นประโยชน์แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดีต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 40 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ว่า คำร้องขอเลื่อนคดีดังกล่าวมีเหตุจำเป็นและสมควรอนุญาตหรือไม่ คดีนี้ศาลชั้นต้นเริ่มพิจารณาคดีนัดแรกโดยให้นัดพร้อมวันที่ 29 มกราคม 2541 และให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 2 เมษายน 2541 แต่ในวันดังกล่าวพันตำรวจโทระยอง ซึ่งเป็นพยานคู่กับจ่าสิบตำรวจมานพติดราชการไม่อาจมาศาลได้ ศาลชั้นต้นจึงให้เลื่อนการพิจารณาคดีไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 5 มิถุนายน 2541 ซึ่งในวันดังกล่าวนายแสงชัยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีโดยอ้างเหตุว่า เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทนายความและยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดแห่งคดี แต่เมื่อนายวรวิทย์ทนายความที่ศาลชั้นต้นแต่งตั้งให้เป็นทนายความของจำเลยทั้งสองได้มาศาลและพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ปรากฏว่ามีข้อบกพร่องแต่ประการใด ทั้งคดีได้มีการเลื่อนการพิจารณาคดีมาประมาณ 5 เดือนแล้วจึงไม่มีเหตุจำเป็นและไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไปตามคำร้องของนายแสงชัย แม้จำเลยทั้งสองจะได้ยื่นคำร้องขอถอนนายวรวิทย์ออกจากการเป็นทนายความในระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาก็ตาม ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตหากพิจารณาเห็นว่า การกระทำดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะประวิงคดี และรอไว้จนกระทั่งนายวรวิทย์ถามค้านพยานโจทก์ทั้งสองปากเสร็จสิ้นจึงได้อนุญาตตามคำร้องของจำเลยทั้งสอง ทั้งนี้เพื่อควบคุมการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปโดยไม่ล่าช้า ดังนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นในวันที่ 5 มิถุนายน 2541 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาในวันดังกล่าว ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7451/2544 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นาย สังวาลย์ ขันธลักษณา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นาย สังวาลย์ ขันธลักษณา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · อำนวย เต้พันธ์ · สมชาย จุลนิติ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2211/2534ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4970/2538ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ