⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8296/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8296/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าที่ยังไม่ได้รับมอบการครอบครองทรัพย์สินที่เช่า ไม่มีอำนาจฟ้องบุคคลภายนอกที่เข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นโดยอ้างสิทธิของตนเอง ผู้เช่ามีสิทธิเพียงบังคับผู้ให้เช่าให้ส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าให้แก่ตนตามสัญญา.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาเช่าแท่นขายสินค้ากับจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ไม่สามารถเข้าไปขายสินค้าในแท่นขายสินค้านั้นได้ เพราะจำเลยที่ 5 เข้าไปขายสินค้าอยู่ก่อนโจทก์ทำสัญญาเช่ากับจำเลยที่ 1 การที่จำเลยที่ 5 เข้าไปครอบครองแท่นขายสินค้าหาได้เข้าครอบครองโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ไม่ โจทก์และจำเลยที่ 5 จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน การกระทำของจำเลยที่ 5 เป็นการละเมิดต่อผู้ให้เช่าหรือเจ้าของที่ดิน หาใช่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่ เพราะโจทก์ยังไม่ได้รับมอบการครอบครองแท่นขายสินค้า จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ในฐานะผู้เช่าถูกรอนสิทธิในแท่นขายสินค้าที่เช่า โจทก์ต้องบังคับผู้ให้เช่าส่งมอบแท่นดังกล่าวแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 549 การกระทำของจำเลยที่ 5 ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 5 ได้ แม้จำเลยที่ 5 จะไม่ได้ให้การไว้และไม่ได้ฎีกาก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.475

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๕ ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากแท่นเลขที่ ๘๙ ของโจทก์ พร้อมส่งมอบแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและห้ามเกี่ยวข้องต่อไป ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๔๙๕,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ และร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๔๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยที่ ๕ และบริวารจะออกไปจากแท่นเลขที่ ๘๙ กับให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๔๙๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ ๕ และบริวารออกไปจากแท่นเลขที่ ๘๙ และส่งมอบแท่นขายสินค้าแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย และห้ามจำเลยที่ ๕ เกี่ยวข้องต่อไป ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์อัตราเดือนละ ๗,๕๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ ๕ และบริวารจะออกไปจากแท่นเลขที่ ๘๙ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ อุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๖ โจทก์ถึงแก่กรรม นายชวลิต ทายาทและผู้จัดการมรดกของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๕ ถึงแก่กรรม โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนางพรทิพย์ ทายาทของจำเลยที่ ๕ เข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๓๘ โจทก์ได้จองแท่นเลขที่ ๘๙ ซึ่งอยู่ในตลาดสดเทศบาลจำเลยที่ ๑ โจทก์ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการจองแก่จำเลยที่ ๑ จำนวน ๒๕,๐๐๐ บาท จากนั้นในวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ กับโจทก์ทำสัญญาเช่าแท่นขายสินค้าดังกล่าว โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ให้เช่า โจทก์เป็นผู้เช่า แต่โจทก์ไม่สามารถเข้าไปขายสินค้าในแท่นขายสินค้านั้นได้ เพราะจำเลยที่ ๕ เข้าไปขายสินค้าอยู่ก่อนโจทก์ทำสัญญาเช่ากับจำเลยที่ ๑ โดยโจทก์เบิกความรับอีกว่า ในวันที่โจทก์จองแท่นขายสินค้าก็เห็นจำเลยที่ ๕ เข้าไปขายสินค้าในแท่นเลขที่ ๘๙ แล้ว เห็นว่า การที่จำเลยที่ ๕ เข้าไปครอบครองแท่นขายสินค้าดังกล่าวก่อนโจทก์จองแท่นขายสินค้าและทำสัญญาเช่ากับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๕ หาได้เข้าครอบครองโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ไม่ โจทก์และจำเลยที่ ๕ จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน การที่จำเลยที่ ๕ เข้าไปขายสินค้าในแท่นดังกล่าวโดยไม่มีสิทธินั้น เป็นการละเมิดต่อผู้ให้เช่าหรือเจ้าของที่ดิน หาใช่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่ เพราะโจทก์ยังไม่ได้รับมอบการครอบครองในแท่นเลขที่ ๘๙ จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ในฐานะผู้เช่าถูกรอนสิทธิในแท่นขายสินค้าที่เช่า โจทก์ต้องบังคับผู้ให้เช่าส่งมอบแท่นดังกล่าวแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๔๙ การที่จำเลยที่ ๕ เข้าไปขายสินค้าในแท่นเลขที่ ๘๙ จึงไม่ได้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๕ ได้ แม้จำเลยที่ ๕ จะไม่ได้ให้การไว้และไม่ได้ฎีกาก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ (๕) , ๒๔๖ และ ๒๔๗ ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ ๑ จะส่งมอบแท่นเลขที่ ๘๙ แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๕ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ และให้ยกฎีกาจำเลยที่ ๕ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ ๕ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๖. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8296/2544 นางทองเลี่ยน จิตรภักดี โดยนายชวลิต จิตรภักดี ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ เทศบาลเมืองหล่มสัก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทองเลี่ยน จิตรภักดี โดยนายชวลิต จิตรภักดี ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - เทศบาลเมืองหล่มสัก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · จำรูญ แสนภักดี · สมชัย เกษชุมพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายเถกิงศักดิ์ คำสุระ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอดิศักดิ์ ปัตรวลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2292/2515ฎีกา 1430-1432/2510ฎีกา 8329/2543ฎีกา 7839/2538ฎีกา 7218/2542ฎีกา 317/2491ฎีกา 341/2491ฎีกา 2053/2538ฎีกา 923/2537ฎีกา 2565/2546ฎีกา 97/2534ฎีกา 2008/2540ฎีกา 2597/2541ฎีกา 2106/2535ฎีกา 471/2533ฎีกา 3996/2548ฎีกา 1661/2513ฎีกา 1959/2526ฎีกา 2367/2516ฎีกา 1801/2500ฎีกา 655/2510ฎีกา 2769/2535ฎีกา 5099/2560ฎีกา 3220/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา