⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1361/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจาร เป็นความผิดสำเร็จทันทีที่กระทำ แม้ผู้เสียหายจะยินยอมก็ตาม โดยไม่คำนึงว่าผู้เสียหายจะเต็มใจไปกับจำเลยหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจาร ไม่ว่าผู้เสียหายจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจไปกับจำเลยก็เป็นความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร ถือเจตนาของจำเลยที่พาไปหรือแยกผู้เสียหายออกจากความดูแลของบิดามารดาของผู้เสียหายโดยปราศจากเหตุอันสมควร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.317

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๒๗๗, ๓๑๗ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง, ๓๑๗ วรรคสาม ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุไม่เกิน ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ แล้ว ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่ออนาจารให้จำคุก ๓ ปี ฐานกระทำชำเราให้จำคุก ๔ ปี รวมจำคุก ๗ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน ฐานกระทำชำเรา จำคุก ๓ ปี ๖ เดือน ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร จำคุก ๑ ปี ๓ เดือน ฐานกระทำชำเรา จำคุก ๑ ปี ๙ เดือน รวมจำคุก ๒ ปี ๑๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายเต็มใจไปกับจำเลย จึงไม่เป็นการพรากผู้เยาว์นั้น เห็นว่า เด็กหญิงรุ่งระวีย์ พิมลศรี ผู้เสียหาย เบิกความว่า ในวันเกิดเหตุผู้เสียหายกำลังจะไปโรงเรียนแต่ระหว่างทางพบจำเลย และจำเลยเป็นคนพาผู้เสียหายไปที่หอพักของเพื่อนจำเลย เมื่อซื้อเบียร์มาดื่มได้สักครู่หนึ่ง จำเลยก็อุ้มผู้เสียหายขึ้นไปที่ห้องบนชั้นสอง แล้วกระทำชำเราผู้เสียหายโดยผู้เสียหายไม่ยินยอม พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจารแล้ว ไม่ว่าผู้เสียหายจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจไปกับจำเลยก็ตามเพราะความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจารนั้น ถือเจตนาของจำเลยที่พาไปหรือแยกผู้เสียหายออกจากความดูแลของบิดามารดาของผู้เสียหายโดยปราศจากเหตุอันสมควร ทั้งข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเป็นการพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น _ _ _ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง, ๓๑๗ วรรคสาม ขณะกระทำความผิดอายุไม่เกิน ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ แล้ว ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก ๒ ปี ๖ เดือน ปรับ ๕,๐๐๐ บาท ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปี จำคุก ๓ ปี ๖ เดือน ปรับ ๗,๐๐๐ บาท ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก ๑ ปี ๓ เดือน ปรับ ๒,๕๐๐ บาท ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปีจำคุก ๑ ปี ๙ เดือน ปรับ ๓,๕๐๐ บาท รวมจำคุก ๑ ปี ๙ เดือน ปรับ ๖,๐๐๐ บาท โทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกินกระทงละ ๒ ปี ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือน ต่อครั้ง ภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษ โดยให้จำเลยตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและรายงานผลการศึกษาให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง กับให้พนักงานคุมประพฤติจัดให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่เห็นสมควรเป็นเวลา ๒๔ ชั่วโมง ห้ามจำเลยสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และของมึนเมา เที่ยวเตร่ในยามวิกาล รวมทั้งไม่คบหาสมาคมกับบุคคลที่ประพฤติตนดังกล่าว ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ นายพศวัจณ์ กนกนาก ผู้ช่วยฯ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายโชติช่วง ทัพวงศ์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2545 นายอนุสรณ์ ทองกล่อม

รายละเอียดคดี

คู่ความทองกล่อม - นายอนุสรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชา มหาคุณ · วิชัย วิวิตเสวี · ชวลิต ยอดเณร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายสาธิต สุทธิสัตยารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุภิญโญ ชยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2328/2533ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 848/2545ฎีกา 6321/2544ฎีกา 16889/2555ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 3329/2550ฎีกา 514/2486ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1895/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา