คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินค่าทดแทนการออกเงินทุนเพิ่มและค่าปรับเพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายจากการเรียกเก็บเงินในหนี้บัตรเครดิตที่กำหนดไว้สูงเกินส่วน ให้ลดลงตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
เงินค่าทดแทนการออกเงินทุนเพิ่ม และค่าปรับเพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายจากการเรียกเก็บเงินในหนี้บัตรเครดิต นับแต่วันที่จำเลยผิดนัดชำระเงินที่โจทก์เรียกเก็บทั้งหมดนั้น เป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในกรณีที่จำเลย ไม่ชำระหนี้เงินดังกล่าวตรงตามเวลาที่กำหนดไว้มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ เมื่อเบี้ยปรับดังกล่าวนั้นกำหนดไว้สูงเกินส่วน จึงเห็นควรให้ลดเบี้ยปรับลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ผิดสัญญาการใช้บัตรเครดิต ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน ๓๗๔,๘๘๖ บาท กับค่าทดแทนการออกเงินทุนเพิ่มอัตราร้อยละ ๑ ต่อเดือน และค่าปรับเพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บเงิน อัตราร้อยละ ๒.๕ ต่อเดือน ของต้นเงิน ๒๓๕,๐๔๔ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสี่ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?ที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่รับผิดชำระเงินค่าทดแทนการออกเงินทุนเพิ่มอัตราร้อยละ ๑ต่อเดือน และค่าปรับเพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายจากการเรียกเก็บเงินอัตราร้อยละ ๒.๕ ต่อเดือน โดยขอคิดตั้งแต่วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๐ อันเป็นวันที่จำเลยทั้งสี่ผิดนัดชำระเงินที่โจทก์เรียกเก็บทั้งหมดนั้น เห็นว่า เงินค่าทดแทนการออกเงินทุนเพิ่มก็ดี และค่าปรับเพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายจากการเรียกเก็บเงินก็ดี ล้วนแต่เป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในกรณีที่จำเลยทั้งสี่ไม่ชำระหนี้เงินดังกล่าวตรงตามเวลาที่กำหนดไว้มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามป.พ.พ. มาตรา ๓๗๙ ซึ่งศาลฎีกาพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของโจทก์ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายแล้ว เห็นว่า เบี้ยปรับดังกล่าวนั้นกำหนดไว้สูงเกินส่วน จึงเห็นควรให้ลดเบี้ยปรับลงตามมาตรา ๓๘๓ วรรคหนึ่ง โดยให้จำเลยทั้งสี่รับผิดชำระเป็นดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๐ เป็นต้นไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงินจำนวน ๒๓๕,๐๔๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๐ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๕,๐๐๐ บาท.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2545
บริษัทอเมริกันเอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด โจทก์
นายนาค บุญสุภา กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทอเมริกันเอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด · จำเลย - นายนาค บุญสุภา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · สมชาย จุลนิติ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเริงชัย ลิ้มภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา