คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5876/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบสามารถยื่นคำร้องได้ภายหลังศาลมีคำพิพากษา หากคู่ความเพิ่งทราบถึงความผิดระเบียบนั้น โดยต้องยื่นคำร้องภายในแปดวันนับแต่วันที่ทราบข้อเท็จจริงอันเป็นมูลแห่งข้ออ้าง
ย่อคำพิพากษา
การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 หาจำต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนศาลมีคำพิพากษาเสมอไปไม่ หากคู่ความฝ่ายที่เสียหายเพิ่งทราบกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ก็ชอบที่จะใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้ แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีในฐานะผู้ค้ำประกัน จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีฝ่ายเดียวและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดตามฟ้อง
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ อ้างเหตุเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมไปก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ต้องกระทำก่อนศาลมีคำพิพากษามีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 หาจำต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนมีคำพิพากษาเสมอไปไม่ หากเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่เสียหายได้ทราบกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ก็ชอบที่จะใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวได้ แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น ฉะนั้นผู้ร้องซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทโดยธรรมของจำเลยที่ 2 กล่าวอ้างว่า จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2532 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน2540 และผู้ร้องกล่าวอ้างว่าเพิ่งทราบว่าจำเลยที่ 2 ถูกโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์2544 ก่อนยื่นคำร้องเป็นคดีนี้เพียงสองวัน อันเป็นการกล่าวอ้างเพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายจึงชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องรับคำร้องไว้ทำการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าว หาควรยกคำร้องของผู้ร้องไปเสียแต่ต้นไม่ อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น"
พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5876/2545
ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน โจทก์
นาง วรานุช ประสานพานิช ผู้ร้อง
นาย วิเสริฐ ประสานพานิช กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน · ผู้ร้อง - นาง วรานุช ประสานพานิช · จำเลย - นาย วิเสริฐ ประสานพานิช กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชาย จุลนิติ์ · สายันต์ สุรสมภพ · ชวลิต ตุลยสิงห์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ