คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2546
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แผ่นซีดีรอมจะถือเป็นวัสดุโทรทัศน์ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่บันทึกหรืออัดลงในแผ่นซีดีรอมนั้น ซึ่งจะทำให้สามารถจัดถ่ายทอดออกเป็นภาพหรือเสียงได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่.
ย่อคำพิพากษา
แผ่นซีดีรอมซึ่งเป็นแผ่นซีดีประเภทหนึ่งอันเป็นวัตถุที่สามารถนำมาใช้ทำเป็นวัสดุโทรทัศน์ได้ แต่ซีดีรอมแผ่นใดจะมีลักษณะครบถ้วนที่จะถือว่าเป็นวัสดุโทรทัศน์ตามกฎหมายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่บันทึกหรืออัดลงในวัสดุดังกล่าวว่า จะมีผลทำให้แผ่นซีดีรอมนั้นสามารถจัดถ่ายทอดออกเป็นภาพหรือเสียง หรือทั้งภาพและเสียงได้ในลักษณะต่อเนื่องกันไปโดยอุปกรณ์อื่นซึ่งเป็นลักษณะของวัสดุโทรทัศน์ตามความหมายของคำว่าเทปหรือวัสดุโทรทัศน์แห่งบทกฎหมายดังกล่าวได้หรือไม่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาจากสิ่งที่บันทึกหรืออัดลงไปในแผ่นซีดีรอมแต่ละแผ่นเป็นสำคัญ เมื่อคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าแผ่นซีดีรอมที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นวัสดุโทรทัศน์ และจำเลยให้การรับสารภาพก็ย่อมต้องฟังข้อเท็จจริงว่า แผ่นซีดีรอมที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามคำฟ้องมีสภาพเป็นวัสดุโทรทัศน์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด
แผ่นซีดีภาพยนตร์ลามก่อให้เกิดความเสียหายต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นทรัพย์สินที่จำเลยมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ให้ริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33(1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ม.6 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ม.34 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ม.75 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2543 เวลากลางวัน จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไมโครซอฟต์ ของบริษัทไมโครซอฟต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้เสียหายที่ 1 โปรแกรมคอมพิวเตอร์อะโดบี้ ของบริษัทอะโดบี้อินคอร์ปอเรตเต็ด จำกัด ผู้เสียหายที่ 2 โปรแกรมคอมพิวเตอร์สามดีสตูดิโอแม็กซ์ ของบริษัทออโต้เดสต์ อิงค์ จำกัด ผู้เสียหายที่ 3 และโปรแกรมคอมพิวเตอร์นอร์ตันแอนตี้ไวรัส 5 ของบริษัทไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น จำกัดผู้เสียหายที่ 4 ผู้เสียหายทั้งสี่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในฐานะเป็นผู้สร้างสรรค์งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าว และได้โฆษณางานครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยจำเลยนำเอาแผ่นซีดีรอมที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งมีผู้ทำซ้ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสี่รวมจำนวน 133 แผ่น ออกขายเพื่อแสดงหากำไรในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยได้ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายแผ่นซีดีรอมซึ่งบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ อันเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนทั้งจำเลยทำให้เผยแพร่โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย เสนอจำหน่ายแผ่นวิดีโอซีดี ซึ่งบันทึกภาพและเสียงอันลามกโดยปรากฏภาพการร่วมเพศระหว่างชายหญิงจำนวน 56 แผ่น เพื่อความประสงค์แห่งการค้า ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 30, 31, 61, 70, 75 และ 76 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 มาตรา 4, 6 และ 34 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 และ 287 ริบของกลางทั้งหมดโดยให้แผ่นซีดีรอมของกลางที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 133 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31 และ 70 วรรคสองพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง และ 34 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า จำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 350,000 บาท ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่าหรือจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 15,000 บาท และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่ายภาพยนตร์วิดีโอซีดีลามก จำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท รวมจำคุก 2 ปี และปรับ 371,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และปรับ 185,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ของกลางให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ส่วนสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดให้ริบ และให้จ่ายค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาสำหรับความผิดฐานขาย เสนอขายงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าจำนวนกึ่งหนึ่งของค่าปรับตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537มาตรา 76 แก่ผู้เสียหายทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศโดยมติที่ประชุมใหญ่ วินิจฉัยว่า "แผ่นซีดีรอมซึ่งเป็นแผ่นซีดีประเภทหนึ่ง เป็นวัตถุที่สามารถนำมาใช้ทำเป็นวัสดุโทรทัศน์ได้ตามความหมายใน (2) ของคำว่า เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แต่ซีดีรอมแผ่นใดจะมีลักษณะครบถ้วนที่จะถือว่าเป็นวัสดุโทรทัศน์ตามกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่บันทึกหรืออัดลงในวัสดุดังกล่าวจะมีผลทำให้แผ่นซีดีรอมนั้นสามารถจัดถ่ายทอดออกเป็นภาพหรือเสียงหรือทั้งภาพและเสียงได้ในลักษณะต่อเนื่องกันไปโดยอุปกรณ์อื่นซึ่งเป็นลักษณะของวัสดุโทรทัศน์ตามความหมายในวรรคสองของคำว่าเทปหรือวัสดุโทรทัศน์แห่งบทกฎหมายดังกล่าวได้หรือไม่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาจากสิ่งที่บันทึกหรืออัดลงไปในแผ่นซีดีรอมแต่ละแผ่น เมื่อคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องยืนยันข้อเท็จจริงว่าแผ่นซีดีรอมที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เป็นวัสดุโทรทัศน์ และปรากฏว่าจำเลยให้การรับสารภาพจึงย่อมฟังข้อเท็จจริงได้ว่า แผ่นซีดีรอมที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามคำฟ้องนี้มีสภาพเป็นวัสดุโทรทัศน์ การกระทำของจำเลยดังกล่าวมาข้างต้นจึงเป็นความผิดตามคำฟ้อง ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษปรับลงนั้นเห็นว่า แผ่นซีดีรอมที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของกลางซึ่งมีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสี่ที่จำเลยมีไว้เพื่อขาย เสนอขายมีจำนวนเพียง 133 แผ่นไม่ปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่าของกลางดังกล่าวมีมูลค่าสูงหรือก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากแก่ผู้เสียหายทั้งสี่หรือเป็นการกระทำที่มีการวางแผนการอย่างดีเป็นพิเศษอันเป็นพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดที่ร้ายแรงแต่อย่างใด จำเลยเป็นหญิงมีบุตร 3 คน กระทำความผิดเพื่อหาเงินมาช่วยอุปการะเลี้ยงดูและค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตร พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวางโทษปรับจำเลยสูงถึง 350,000 บาทในความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า และ 15,000 บาท ในความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่าหรือจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจึงสูงเกินไป สมควรกำหนดโทษให้น้อยลงเพื่อให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแต่ในความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายเสนอจำหน่ายวิดีโอซีดีภาพยนตร์อันลามกนั้นเป็นความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดโทษมาเหมาะสมแก่รูปคดีแล้วไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน
อนึ่ง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาเกี่ยวกับของกลางว่า ของกลางให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดให้ริบนั้น ไม่ชัดเจนว่าของกลางใดที่ให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ส่วนแผ่นซีดีภาพยนตร์ลามกเป็นทรัพย์สินที่จำเลยมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันควรริบ ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิดแต่อย่างใด จึงสมควรแก้ไขให้ถูกต้องด้วย"
พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะโทษปรับในความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 31(1) ปรับ 150,000 บาท ความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 มาตรา 34 ประกอบมาตรา 6 วรรคหนึ่ง ปรับ 10,000 บาท รวมปรับ 160,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 80,000 บาท รวมโทษทุกกรรมแล้วจำคุก 1 ปี และปรับ 83,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ของกลางแผ่นซีดีรอมที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ 133 แผ่นให้ตกเป็นของผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 75 ส่วนซีดีภาพยนตร์ลามก 56 แผ่น อันเป็นทรัพย์สินที่จำเลยมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) นั้น ให้ริบ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2546
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นางสาว ชนมิกา โชติวิวัฒน์ชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางสาว ชนมิกา โชติวิวัฒน์ชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสพสุข บุญเดช · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · จรูญวิทย์ ทองสอน |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ