⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1724/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจควบคุมการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม เพื่อให้คู่ความทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม

ย่อคำพิพากษา

การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของศาลตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 271 ศาลย่อมมีสิทธิควบคุมการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำพยานเข้าสืบเพียง 1 ปาก จนจบคำซักถามแล้วให้เลื่อนคดีไปซักค้านนัดต่อไปพร้อมกับสืบพยานคู่อีกปากหนึ่งเพื่อความเป็นธรรมที่จะไม่ให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดีและเพื่อความรวดเร็ว เนื่องจากการซักถามในนัดนี้ไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปซักถามในนัดหน้า คำสั่งของศาลชั้นต้นในการดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ม.271

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาในวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก โจทก์แถลงว่ามีพยานซึ่งเป็นผู้ร่วมจับกุม 2 คน และพนักงานสอบสวนอีก 1 คน มาศาลพร้อมจะนำเข้าสืบทนายความจำเลยแถลงว่า พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ร่วมจับกุมเป็นพยานคู่ หากนำเข้าสืบแล้วสืบพยานไม่เสร็จต้องเลื่อนคดีไปจะทำให้จำเลยเสียเปรียบ ศาลชั้นต้นเห็นว่ามีเวลาอีกเพียง 1 ชั่วโมง 10 นาที จึงสั่งให้โจทก์นำพยานเข้าเบิกความเพียงคนเดียวจนจบการซักถามของโจทก์ แล้วให้ทนายความจำเลยไปถามค้านในนัดต่อไป โจทก์แถลงว่าหากจะให้มีการสืบพยานก็จะขอนำพยานทั้งสองคนเข้าเบิกความจนจบ ไม่ต้องการนำพยานเข้าเบิกความเพียงคนเดียว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะนำพยานเข้าสืบ ให้งดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกคำพิพากษาและคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้ว พิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์เป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำพยานเข้าสืบเพียง 1 ปาก จนจบคำซักถามแล้วให้เลื่อนคดีไปซักค้านพยานโจทก์ปากดังกล่าวพร้อมกับสืบพยานที่เหลือต่อนัดหน้า เนื่องจากศาลเห็นว่า หากให้โจทก์ซักถามพยานเพียงบางปากไปก่อนเกรงว่าจะทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดี เนื่องจากพยานที่จะสืบเป็นพยานคู่ แต่โจทก์ไม่ยอมนำพยานเข้าสืบตามที่ศาลชั้นต้นสั่งเพราะประสงค์จะนำพยานที่มาศาลเข้าสืบทั้งหมด เห็นว่า อำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของศาล ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 271ศาลย่อมมีสิทธิควบคุมการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์นำพยานเข้าสืบก่อนเพียงหนึ่งปากจนจบคำซักถามแล้วให้เลื่อนคดีไปซักค้านนัดต่อไปพร้อมกับสืบพยานคู่อีกปากหนึ่งก็เพื่อความเป็นธรรมที่จะไม่ให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดีและเพื่อความรวดเร็ว เนื่องจากมีการซักถามในนัดนี้ไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปซักถามในนัดหน้า คำสั่งของศาลชั้นต้นในการดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนนี้จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย การที่โจทก์ไม่ยอมนำพยานเข้าสืบตามคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงเป็นการไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ส่วนฎีกาของจำเลยข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2546 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นาย เสน่ห์หรือแดง ยมสิงห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นาย เสน่ห์หรือแดง ยมสิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เจียมจูไร · วิศณุ เลื่อมสำราญ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 996/2497ฎีกา 1519/2497ฎีกา 2251/2541ฎีกา 848/2545ฎีกา 2470/2515ฎีกา 2292/2540ฎีกา 3555/2547ฎีกา 2384/2566ฎีกา 7490/2540ฎีกา 2535/2531ฎีกา 1733/2521ฎีกา 711/2528ฎีกา 591/2520ฎีกา 392/2486ฎีกา 124/2507ฎีกา 352/2546ฎีกา 2444/2531ฎีกา 676/2491ฎีกา 5831/2534ฎีกา 513/2498ฎีกา 7871/2542ฎีกา 8065/2548ฎีกา 1748/2514ฎีกา 5169/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา