⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1248/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับคำให้การรับสารภาพในศาลชั้นต้น ถือเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย และต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์ของจำเลยข้อที่ว่า จำเลยกระทำความผิดไปเพราะขาดความยั้งคิด เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลย จึงถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยข้อที่ว่า จำเลยกระทำความผิดไปเพราะขาดความยั้งคิด ซึ่งจำเลยอ้างในฎีกาว่า เป็นข้อเท็จจริงที่ชี้ให้เห็นว่า จำเลยมิได้มีเจตนาให้เกิดผลรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสนั้น เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลย จึงถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รับวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจึงชอบแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยใช้อาวุธมีดปังตอขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 7 นิ้ว กว้างประมาณ 3 นิ้ว ฟันผู้เสียหายหลายครั้ง ถูกบริเวณหัวไหล่ด้านซ้าย มีบาดแผลฉีกขาด ลึกถึงกระดูกสะบักและมีการแตกของกระดูกสะบัก จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส พฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ก็ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะรองการลงโทษให้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยจึงเหมาะสมแก่ความผิดของจำเลยแล้ว แต่ภายหลังกระทำความผิดจำเลยรู้สึกสำนึกผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายโดยชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายจนผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ จึงสมควรกำหนดโทษจำคุกเสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่รูปคดี" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2547 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดพัทยา โจทก์ นายนภดล ทองชมภู จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดพัทยา · จำเลย - นายนภดล ทองชมภู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · พิชิต คำแฝง · ขวัญชัย ปิ่นรอด
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2328/2533ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1028/2564ฎีกา 4636/2543ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541ฎีกา 6555/2538ฎีกา 15230/2555ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ