คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8795/2548
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงเหตุที่ตนมีสิทธิครอบครองทรัพย์สินอยู่ หาใช่เป็นการนำสืบสัญญาเพื่ออ้างสิทธิหรือเพื่อให้ได้สิทธิจากสัญญาดังกล่าว จึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 (ข).
ย่อคำพิพากษา
แม้หนังสือสัญญาขายที่ดินจะมีข้อความว่า ผู้ขายได้รับเงินค่าที่ดินและผู้ซื้อได้ชำระเงินค่าที่ดินไปถูกต้องแล้วก็ตาม แต่โจทก์ก็อ้างว่าจำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทตามสัญญาเช่า ซึ่งจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้เช่าที่ดินของโจทก์ แต่อยู่ในที่ดินพิพาทเนื่องจากโจทก์ยังไม่ชำระค่าที่ดิน ดังนี้ การที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์ยังไม่ชำระค่าที่ดินให้นั้น เป็นการนำสืบถึงเหตุที่จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่ดินพิพาทได้ หาใช่เป็นเรื่องที่จำเลยนำสืบสัญญาขายที่ดินเพื่ออ้างสิทธิหรือเพื่อให้ตัวเองได้สิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดจากสัญญาขายที่ดินนั้นไม่ จึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 (ข)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2024 ตำบลหนองอ้ม กิ่งอำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีก กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 40,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะหยุดกระทำละเมิดต่อโจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2540 จำเลยทำสัญญาขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2024 ดังกล่าว เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 43 ตารางวา ให้แก่โจทก์ในราคา 120,000 บาท หลังจากนั้นจำเลยยังคงครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า การที่จำเลยนำสืบพยานบุคคลว่ายังไม่ได้รับชำระค่าที่ดิน เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาท ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข) หรือไม่ เห็นว่า แม้หนังสือสัญญาขายที่ดินจะมีข้อความว่า ผู้ขายได้รับค่าที่ดินและผู้ซื้อได้ชำระเงินค่าที่ดินไปถูกต้องแล้ว แต่กรณีนี้โจทก์อ้างว่าจำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทตามสัญญาเช่า ซึ่งจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้เช่าที่ดินของโจทก์ แต่อยู่ในที่ดินพิพาทเนื่องจากโจทก์ยังไม่ชำระค่าที่ดิน ดังนี้ การที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์ยังไม่ชำระค่าที่ดินให้นั้น เป็นการนำสืบถึงเหตุที่จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่ดินพิพาทได้ ไม่ใช่เรื่องที่จำเลยนำสืบสัญญาขายที่ดินเพื่ออ้างสิทธิหรือเพื่อให้ตัวเองได้สิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดจากสัญญาขายที่ดิน จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข)
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8795/2548
นายมีชัย กาลรา โจทก์
นายปราณี วิลัยศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมีชัย กาลรา · จำเลย - นายปราณี วิลัยศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประทีป เฉลิมภัทรกุล · เรวัตร อิศราภรณ์ · ศิริชัย จิระบุญศรี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี (เดชอุดม) - นายเอกรัฐ กะการดี · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา