⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8993/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8993/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ที่ใช้ยึดหน่วงทรัพย์สินไว้ เป็นการลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 (3)

ย่อคำพิพากษา

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายคำว่า "กีดกั้น" ว่า ขัดขวางไว้ การที่ผู้เสียหายใช้โซ่คล้องยึดกล้องวิดีโอของกลางกับตู้โชว์ จึงเป็นการขัดขวางไม่ให้มีการนำกล้องวิดีโอของกลางไปอันมีลักษณะเป็นสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองกล้องวิดีโอของกลางเหมือนเช่นรั้ว หรือลูกกรงหน้าต่าง ประตูบ้าน การที่จำเลยตัดโซ่คล้องที่ยึดกล้องวิดีโอของกลางกับตู้โชว์จนขาดออกแล้วลักกล้องวิดีโอของกลางไปจึงเป็นการลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2547 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยตัดโซ่คล้องที่ยึดกล้องวิดีโอกับตู้โชว์จนขาดออก อันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์แล้วลักกล้องวิดีโอ 1 เครื่อง ของบริษัทเอก - ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้เสียหายไป เหตุเกิดที่ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยพร้อมยึดได้กล้องวิดีโอดังกล่าวและเสื้อยืด 1 ตัว ที่จำเลยใช้กระทำความผิดคลุมกล้องวิดีโอเป็นของกลาง กล้องวิดีโอของกลางผู้เสียหายได้รับคืนแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) วรรคสอง จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนเสื้อยึดของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์หรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 194 ประกอบมาตรา 225 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยตัดโซ่คล้องที่ยึดกล้องวิดีโอของกลางกับตู้โชว์จนขาดออกแล้วลักกล้องวิดีโอของกลางไป เห็นว่า พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายคำว่า "กีดกั้น" ว่า ขัดขวางไว้ ดังนั้นการที่ผู้เสียหายใช้โซ่คล้องยึดกล้องวิดีโอของกลางกับตู้โชว์ จึงเป็นการขัดขวางไม่ให้มีการนำกล้องวิดีโอของกลางไปอันมีลักษณะเป็นสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองกล้องวิดีโอของกลางเหมือนเช่นรั้วหรือลูกกรงหน้าต่าง ประตูบ้าน การที่จำเลยตัดโซ่คล้องที่ยึดกล้องวิดีโอของกลางกับตู้โชว์จนขาดออกแล้วลักกล้องวิดีโอของกลางไปจึงเป็นการลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (3) คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8993/2550 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายกันตพล วิเศษสังคม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · จำเลย - นายกันตพล วิเศษสังคม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย · ธานิศ เกศวพิทักษ์ · เฉลิมชัย ตันตยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายปรัชญา กำเหนิดฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายจตุรงค์ ฉินวิวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3228/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 1331/2479ฎีกา 268/2468ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2597/2516ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1957/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 3388/2526ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2845/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 7562/2556ฎีกา 2151/2529ฎีกา 730/2509ฎีกา 5838/2541ฎีกา 490/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา