คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14822/2551
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องโดยวินิจฉัยว่าไม่มีการละเมิดอำนาจศาลเกิดขึ้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลนั้น เป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้พิจารณาข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งหมดที่ปรากฏต่อศาลแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของผู้ร้องฟังไม่ได้ว่ามีการละเมิดอำนาจศาลเกิดขึ้นอย่างใด จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ดังนั้น ผู้ร้องย่อมมิใช่ผู้เสียหายอันจะมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีเนื่องจากศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อยในบริษัทจำเลย โจทก์กับจำเลยปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลย และฐานะกรรมการของกรรมการผู้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในนามของบริษัทจำเลย ซึ่งมีฐานะเป็นตัวแทนของโจทก์ในการบริหารงานของบริษัทจำเลย อันถือว่ามีผลประโยชน์ขัดกับบริษัทจำเลย อันเป็นการหลอกลวงศาลให้หลงเชื่อถึงอำนาจในการทำการแทนบริษัทจำเลย เป็นการละเมิดอำนาจศาล ขอให้ศาลกำหนดโทษแก่ผู้ที่กระทำความผิด และเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่เกิดจากการหลอกลวงศาล
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลนั้น เป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ ในกรณีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลอ้างว่าโจทก์กับจำเลยร้องขอให้ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย โดยโจทก์กับจำเลยปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลย และฐานะกรรมการของกรรมการผู้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในนามของบริษัทจำเลย อันเป็นการหลอกลวงศาลให้หลงเชื่อถึงอำนาจในการทำการแทนบริษัทจำเลย เป็นการละเมิดอำนาจศาล เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้พิจารณาข้อเท็จจริงต่าง ๆ ทั้งหมดที่ปรากฏต่อศาลแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของผู้ร้องฟังไม่ได้ว่ามีการละเมิดอำนาจศาลเกิดขึ้น จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ดังนี้ ผู้ร้องย่อมมิใช่ผู้เสียหายอันจะมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลดังกล่าวได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้อง
อนึ่ง กระบวนพิจารณาคดีละเมิดอำนาจศาลภายหลังจากผู้ร้องยื่นคำร้องแล้ว เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาลโดยเฉพาะ แม้คดีละเมิดอำนาจศาลจะมีบทบัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่เป็นคดีที่มีโทษทางอาญา เมื่อศาลมีคำสั่งอย่างใดแล้ว ผู้อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลอีก ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเรียกเก็บค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ของผู้ร้องมาจึงไม่ชอบ ต้องคืนแก่ผู้ร้อง
พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นนี้แก่ผู้ร้อง ค่าทนายความให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14822/2551
บริษัทบรูแน ดองแตลล์ จำกัด โจทก์
บริษัทโกการ์ จำกัด ผู้ร้อง
บริษัทบรูเนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล
(ไทยแลนด์) จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทบรูแน ดองแตลล์ จำกัด · ผู้ร้อง - บริษัทโกการ์ จำกัด · จำเลย - บริษัทบรูเนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล(ไทยแลนด์) จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อร่าม เสนามนตรี · พลรัตน์ ประทุมทาน · พรเพชร วิชิตชลชัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสิทธิพงศ์ ตัญญพงศ์ปรัชญ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ทก.(ค)206/2549 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา