⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1798/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1798/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในประเด็นความผิด แต่กลับนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดนั้นมาฎีกา ถือเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรแต่โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ โจทก์อุทธรณ์ไม่ให้รอการลงโทษ ส่วนจำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแต่ประการใด และศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นไม่รอการลงโทษ ข้อเท็จจริงในความผิดฐานนี้จึงยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานรับของโจรจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 3 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.15 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 334, 335, 357 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ลงโทษจำคุก 2 ปี และปรับ 6,000 บาท คำให้การและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับจำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาทำนองปฏิเสธฟ้องโจทก์ว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจรแต่โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ โจทก์อุทธรณ์ไม่ให้รอการลงโทษ ส่วนจำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแต่ประการใด และศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นไม่รอการลงโทษ ข้อเท็จจริงในความผิดฐานนี้จึงยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยมิได้กระทำความผิดฐานนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 3 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า สมควรรอการลงโทษให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจร ลักษณะการกระทำความผิดมีส่วนส่งเสริมให้การเกิดกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และอาชญากรรมประเภทอื่นติดตามมาอีกมากมาย สร้างความเดือดร้อนแก่เจ้าของทรัพย์ และกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในสังคม พฤติการณ์แห่งคดีนี้เป็นเรื่องร้ายแรง แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนและเหตุผลความจำเป็นประการอื่นที่อ้างมา ก็ล้วนเป็นเพียงเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัวของจำเลยเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1798/2551 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายสมาน คำแดง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายสมาน คำแดง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · กีรติ กาญจนรินทร์ · ศิริชัย วัฒนโยธิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายอนันต์ เงินเลิศวัฒนะชัย · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายอาวุธ ปั้นปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6361/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1454/2514ฎีกา 2454/2533ฎีกา 1364/2497ฎีกา 341/2502ฎีกา 1526/2482ฎีกา 664/2535ฎีกา 892/2486ฎีกา 8131/2554ฎีกา 536/2535ฎีกา 2645/2536ฎีกา 204/2500ฎีกา 13129/2556ฎีกา 7144/2545ฎีกา 3252/2524ฎีกา 489/2506ฎีกา 1053/2480ฎีกา 5689/2552ฎีกา 949/2513ฎีกา 3458/2533ฎีกา 860/2519ฎีกา 1073/2508ฎีกา 709/2529ฎีกา 495/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา