⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5349/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5349/2551

ป.วิ.แพ่ง ม.132, 151, 288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องขอให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำเงินมาวางเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนก่อนวันสืบพยาน ถือว่าเป็นการยื่นคำร้องภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย และหากศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีตามมาตรา 288 วรรคสอง (1) ประกอบมาตรา 132 (2) แล้ว ศาลไม่จำเป็นต้องสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลให้แก่ผู้ร้อง

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง (1) กำหนดให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องขอให้นำเงินมาวางเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยาน โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องก่อนวันสืบพยาน จึงอยู่ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว การที่ศาลชั้นต้นมิได้พิจารณาคำร้องจนกระทั่งโจทก์แถลงขอให้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของโจทก์หลังจากสืบพยานผู้ร้องแล้วจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ยื่นคำร้องเข้ามาใหม่ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีกรณีร้องขัดทรัพย์เพราะเหตุที่ผู้ร้องไม่นำเงินมาวางต่อศาลเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เป็นคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง (1) ประกอบมาตรา 132 (2) โดยเฉพาะ มิใช่เป็นการไม่รับคำร้องขัดทรัพย์ไว้เสียทีเดียวไม่เหมือนอย่างกรณีที่ศาลไม่รับคำฟ้องหรือมีการถอนคำฟ้องตามมาตรา 151 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ศาลต้องมีคำสั่งเรื่องค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่เสียไว้ในเวลายื่นคำฟ้อง กรณีตามมาตรา 288 วรรคสอง (1) จึงเป็นการจำหน่ายคดีตามมาตรา 132 วรรคหนึ่ง ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ศาลกำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร มิใช่เป็นการบังคับให้ศาลต้องสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลจึงคืนค่าธรรมเนียมศาลในศาลชั้นต้นให้ผู้ร้องไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.151 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.151 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และนางสาวแววตาเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่ยึดเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง มิใช่ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และนางสาวแเววตาขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินที่ยึดเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และนางสาวแววตาจริง มิใช่ของผู้ร้อง อีกทั้งที่ดินมีราคาแท้จริงคือ 13,662,000 บาท ตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคา มิใช่ 2,616,000 บาท ตามที่ผู้ร้องอ้าง ขอให้ยกคำร้อง กับยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องประวิงคดีและประวิงการบังคับคดีของโจทก์ให้ชักช้าเพราะที่ดินที่นำยึดเป็นของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และนางสาวแววตาผู้ร้องอายุยังน้อย ไม่มีรายได้ที่แน่นอนและไม่มีทรัพย์อื่น เป็นที่เชื่อได้ว่าหากผู้ร้องแพ้คดีจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินหรือหาประกัน ศาลชั้นต้นได้กำหนดราคาที่ดินใหม่เป็นเงิน 4,500,000 บาท และมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินเป็นประกันต่อศาลจำนวน 450,000 บาท โดยกำหนดให้ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มเติมและนำเงินมาวางเป็นประกันภายใน 60 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง ครบกำหนดแล้วผู้ร้องแถลงว่าไม่สามารถหาเงินมาวางได้ทัน ขอเลื่อนคดีไปก่อน ศาลชั้นต้นอนุญาต จากนั้นผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเป็นคนยากจน ไม่สามารถหาเงิน 450,000 บาท มาวางศาลได้ ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในเงินจำนวนนี้ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวน ครั้นถึงวันนัด ผู้ร้องขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นอนุญาตและสั่งให้ผู้ร้องนำเงิน 450,000 บาท มาวางเป็นประกันให้ครบถ้วนในนัดหน้า เมื่อถึงวันนัด ผู้ร้องแถลงว่าไม่สามารถหาเงินมาวางเป็นประกันตามคำสั่งได้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องในประการแรกว่า โจทก์ยื่นคำร้องว่าผู้ร้องประวิงการบังคับคดีให้ชักช้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง (1) ในกำหนดเวลาตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องไม่ว่าในเวลาใด ๆ ก่อนวันกำหนดชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยาน คดีนี้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องก่อนวันสืบพยาน จึงอยู่ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว การที่ศาลชั้นต้นมิได้พิจารณาคำร้องจนกระทั่งโจทก์แถลงขอให้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของโจทก์หลังจากสืบพยานผู้ร้องแล้วจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ยื่นคำร้องเข้ามาใหม่แต่อย่างใด ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่ผู้ร้องฎีกาประการต่อมาว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องวางเงินประกันถึง 450,000 บาทนั้น สูงเกินไป เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสาม ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ สำหรับฎีกาของผู้ร้องประการสุดท้ายว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยมิได้สั่งคืนค่าฤชาธรรมเนียมไม่ชอบ เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีกรณีร้องขัดทรัพย์เพราะเหตุที่ผู้ร้องไม่นำเงินมาวางต่อศาลเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เป็นคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง (1) ประกอบมาตรา 132 (2) โดยเฉพาะ มิใช่เป็นการไม่รับคำร้องขัดทรัพย์ไว้เสียทีเดียว ไม่เหมือนอย่างกรณีที่ศาลไม่รับคำฟ้องหรือมีการถอนคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ศาลต้องมีคำสั่งเรื่องค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่เสียไว้ในเวลายื่นคำฟ้อง กรณีนี้เป็นการจำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 วรรคหนึ่ง ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ศาลกำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร มิใช่เป็นการบังคับให้ศาลต้องสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาล ที่ศาลล่างทั้งสองไม่สั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลในศาลชั้นต้นให้แก่ผู้ร้องจึงชอบแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5349/2551 นางอุษณีย์ ลีสุรวณิช โจทก์ นายประเกษคาน คาลเคน ผู้ร้อง นางสาวฉัตติมาหรือกาญกนก คาลเคน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอุษณีย์ ลีสุรวณิช · ผู้ร้อง - นายประเกษคาน คาลเคน · จำเลย - นางสาวฉัตติมาหรือกาญกนก คาลเคน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญรอด ตันประเสริฐ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · สนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1180/2538ฎีกา 399/2534ฎีกา 4852/2538ฎีกา 6844/2540ฎีกา 314/2542ฎีกา 1367/2492ฎีกา 1238/2497ฎีกา 2882/2536ฎีกา 1672-1674/2544ฎีกา 1009/2507ฎีกา 2026/2560ฎีกา 3939/2534ฎีกา 431/2508ฎีกา 4546/2530ฎีกา 1151-1152/2503ฎีกา 2830/2536ฎีกา 719/2499ฎีกา 2524/2560ฎีกา 4274/2543ฎีกา 459/2485ฎีกา 1394/2511ฎีกา 357/2516ฎีกา 1504/2511ฎีกา 2041/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา