⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 539/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของได้ แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอเกี่ยวกับของกลางมาด้วยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถจักรยานยนต์เป็นของกลาง แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอเกี่ยวกับของกลางมาด้วยก็ตาม ศาลจะสั่งคืนของกลางดังกล่าวแก่เจ้าของก็ได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) ประกอบมาตรา 49

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.49 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 295, 339, 340 ตรี และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 13,750 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม, 340 ตรี ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 15 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละหนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ 11 ปี 3 เดือน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 13,750 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อ้างในฎีกาว่า สิบตำรวจโทวิโรจน์เบิกความว่า เมื่อคนร้ายเห็นพยานกับพวกก็เลี้ยวรถจักรยานยนต์กลับไปทางสี่แยกอนามัย พยานขับรถจักรยานยนต์ติดตามรถจักรยานยนต์ของคนร้ายไปติดๆ โดยรถจักรยานยนต์ของคนร้ายไปจอดที่หน้าบ้านนายสรพงษ์และเห็นผู้ชายสองคนเข้าไปในบ้านดังกล่าว พยานเรียกให้ออกมาแต่ไม่ยอมออกมา อันเป็นพิรุธแสดงว่าเป็นคนร้ายนั้น เห็นว่า พยานโจทก์ปากนี้ไม่ใช่ประจักษ์พยานที่รู้เห็นในขณะเกิดเหตุ ดังนั้นรถจักรยานยนต์คันที่พยานขับตามไปนั้น จะใช่รถจักรยานยนต์คันเดียวกันกับที่คนร้ายในคดีนี้ใช้เป็นพาหนะขับหลบหนีไปหรือไม่ ก็ไม่อาจยืนยันได้ และที่คนในบ้านนายสรพงษ์ไม่ยอมออกมาจากบ้านเมื่อพยานเรียกนั้นก็ยังไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าคนในบ้านนั้นเป็นคนร้ายในคดีนี้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นๆ ไม่ทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน สุราษฎร์ธานี 649 (ที่ถูก ขคร สุราษฎร์ธานี 649) ของกลาง แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอเกี่ยวกับของกลางมาด้วยก็ตาม ศาลจะสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (9) ประกอบมาตรา 49 เมื่อยังฟังไม่ได้ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งคืนให้แก่เจ้าของ พิพากษายืน และให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2551 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายสมชายหรืออดุลย์ สำลีหรือศรีประวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายสมชายหรืออดุลย์ สำลีหรือศรีประวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · พินิจ บุญชัด · พันวะสา บัวทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายสนั่น สร้อยผา · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2819/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3299/2547ฎีกา 3416/2540ฎีกา 5677/2555ฎีกา 88/2520ฎีกา 5409/2533ฎีกา 9999/2559ฎีกา 1875/2547ฎีกา 964/2520ฎีกา 677/2487ฎีกา 1666/2506ฎีกา 3388/2526ฎีกา 657/2482ฎีกา 2414/2516ฎีกา 464/2523ฎีกา 3539/2547ฎีกา 1618/2499ฎีกา 2077/2530ฎีกา 5721/2544ฎีกา 920/2480ฎีกา 21554/2556ฎีกา 5883/2541ฎีกา 2557/2522ฎีกา 7566/2549ฎีกา 7010/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา