⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1411/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1411/2553

พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43, 157, 160 · ป.อาญา ม.300

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท เมื่อศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดลงโทษจำเลยในความผิดฐานหนึ่งแล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยในการกระทำเดียวกันนั้นเป็นคดีนี้ย่อมระงับไปตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

พนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยขับรถในขณะเมาสุรา จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว การที่จำเลยขับรถในขณะเมาสุรา อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 160 วรรคสาม (เดิม) กับการที่จำเลยซึ่งมีอาการมึนเมาสุราขับรถในลักษณะส่ายไปมาบนท้องถนนและขับล้ำเข้าไปในช่องเดินรถที่แล่นสวนมาเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์ที่มีผู้เสียหายที่ 1 ขับ และมีผู้เสียหายที่ 2 นั่งไปด้วยได้รับความเสียหาย และผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 300 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 นั้น เป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องและเป็นผลโดยตรงที่ทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่หลายกรรมต่างกันไม่ เมื่อคดีก่อนศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดลงโทษจำเลยในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราแล้วสิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยในการกระทำเดียวกันนั้นเป็นคดีนี้ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.157 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.160

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.300 → พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 → พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.157 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 4, 43, 157 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 4, 43, (ที่ถูก มาตรา 43 (4)), 15 (ที่ถูก มาตรา 157) เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า การขับรถในขณะเมาสุราและการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท เมื่อโจทก์แยกฟ้องจำเลยในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราและศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว สิทธินำคดีอาญาในความผิดตามฟ้องคดีนี้ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยอีกไม่ได้พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ความผิดของจำเลยฐานขับรถในขณะเมาสุราและฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่เมื่อจำเลยได้ดื่มสุราแล้วลงมือขับรถไป แม้จะไม่ได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ก็เป็นความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราแล้ว ส่วนความผิดฐานขับรถโดยประมาทนั้นเป็นเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ได้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ความผิดแรกได้สำเร็จแล้ว และการขับรถโดยประมาทของจำเลยเป็นความผิดที่เกิดจากการไม่ใช้ความระมัดระวังในการขับรถเท่านั้น ซึ่งการขับรถโดยไม่ใช้ความระมัดระวังแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้น อาจจะไม่ได้เกิดจากการเมาสุราก็ได้ เห็นว่า การที่จำเลยขับรถในขณะเมาสุรา อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 160 วรรคสาม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดเหตุคดีนี้ กับการที่จำเลยซึ่งมีอาการมึนเมาสุราขับรถในลักษณะส่ายไปมาบนท้องถนนและขับล้ำเข้าไปในช่องเดินรถที่แล่นสวนมาเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์ที่มีผู้เสียหายที่ 1 ขับ และมีผู้เสียหายที่ 2 นั่งไปด้วยได้รับความเสียหาย และผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 นั้น เป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องและเป็นผลโดยตรงที่ทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่หลายกรรมต่างกันไม่ เมื่อคดีก่อนศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดลงโทษจำเลยในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราแล้ว สิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยในการกระทำเดียวกันนั้นเป็นคดีนี้ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1411/2553 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายมิตร ใจใหญ่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายมิตร ใจใหญ่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัส ติงสมิตร · ตรีวุฒิ สาขากร · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นางยุคิน เทพหนู · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายอภิรัตน์ ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4518/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4022/2558ฎีกา 688/2467ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 4573/2528ฎีกา 1002/2467ฎีกา 943/2481ฎีกา 52/2513ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 6505/2555ฎีกา 9076/2558ฎีกา 1516/2549ฎีกา 2532/2523ฎีกา 2379/2565ฎีกา 2680/2531ฎีกา 4541/2550ฎีกา 7891/2544ฎีกา 6241/2538ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา