⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16001/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16001/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายพยายามขัดขืนแต่ไม่สามารถขัดขืนได้เนื่องจากถูกกระทำชำเราเป็นเวลานาน ถือว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำดังกล่าวจึงเข้าองค์ประกอบความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา.

ย่อคำพิพากษา

ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายเป็นบุคคลที่มีสภาพจิตไม่สมบูรณ์ ผู้เสียหายมีสภาพจิตเหมือนบุคคลทั่วไป และโดยวิสัยของผู้หญิงทั่วไปย่อมต้องรักนวลสงวนตัวไม่ยินยอมให้บุคคลใดร่วมประเวณีได้ง่าย ๆ ผู้เสียหายเป็นผู้สืบสันดานของจำเลยอยู่ในอุปการะเลี้ยงดูของจำเลยจึงไม่มีเหตุผลใดที่ผู้เสียหายจะยินยอมให้จำเลยซึ่งเป็นบิดาร่วมประเวณีอย่างแน่นอน ขณะเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายรู้สึกตัวว่ามีคนมาทับตัวแล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของตน ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออกไป รู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง แสดงว่าผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม ได้ขัดขืนโดยพยายามผลักออกแล้ว แต่ไม่สามารถขัดขืนได้ ก่อนเกิดเหตุจำเลยเป็นผู้ชายคนเดียวที่นอนในมุ้ง ขณะที่ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออกผู้เสียหายอาจจะรู้ว่าเป็นจำเลยจึงไม่กล้าขัดขืนต่อไปและไม่กล้าบอกบุคคลอื่นทราบก็เป็นได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยมีพฤติการณ์ขึ้นนอนทับตัวผู้เสียหายแล้วเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายพยายามขัดขืนพยายามที่จะผลักออก แต่จำเลยยังนอนทับและทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นเวลานานประมาณ 20 นาที ถือได้ว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยจึงเข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 285 จำเลยให้การรับสารภาพ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยถอนคำให้การเดิมแล้วให้การใหม่เป็นปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 หรือไม่ ในเรื่องนี้ได้ความจากผู้เสียหายว่าในวันเกิดเหตุผู้เสียหายเข้านอนตามปกติในเวลาประมาณ 21 นาฬิกา โดยมีจำเลย นางบุญเจือ และเด็กหญิงมณีรัตน์ มารดาและน้องสาวของผู้เสียหายตามลำดับรวม 4 คน นอนอยู่ในมุ้งเดียวกัน ครั้นถึงเวลาประมาณ 24 นาฬิกา ผู้เสียหายรู้สึกว่ามีคนขึ้นมานอนทับและพยายามถอดกางเกงของผู้เสียหายออก ผู้เสียหายตื่นขึ้นมาแต่ไม่พบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพียงแต่ว่ากางเกงของผู้เสียหายถูกรูดลงไปเล็กน้อย ผู้เสียหายคิดว่ากางเกงหลวมจึงดึงขึ้นไปสวมตามปกติแล้วนอนหลับต่อขณะที่ผู้เสียหายครึ่งหลับครึ่งตื่นรู้สึกคล้ายกับมีคนขึ้นมาทับตัวและถอดกางเกงของผู้เสียหายลงไปประมาณครึ่งขา แล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออก ผู้ที่ขึ้นมาทับตัวรู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง ปล่อยเลยตามเลย โดยถูกกระทำอยู่ประมาณ 20 นาที เห็นว่า ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายเป็นบุคคลที่มีสภาพจิตที่ไม่สมบูรณ์ เช่น เป็นคนปัญญาอ่อน แต่อย่างใด ผู้เสียหายมีสภาพจิตเหมือนบุคคลทั่ว ๆ ไปและโดยวิสัยของผู้หญิงทั่วไปย่อมต้องรักนวลสงวนตัวไม่ยินยอมให้บุคคลใดร่วมประเวณีได้ง่าย ๆ ผู้เสียหายเป็นผู้สืบสันดานของจำเลยอยู่ในการอุปการะเลี้ยงดูของจำเลย จึงไม่มีเหตุผลใดที่ผู้เสียหายจะยินยอมให้จำเลยซึ่งเป็นบิดาบังเกิดเกล้าร่วมประเวณีด้วยอย่างแน่นอน ขณะเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายรู้สึกตัวว่ามีคนขึ้นมาทับตัวแล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของตน ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออกไป รู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง แสดงว่าผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม ได้ขัดขืนโดยพยายามผลักออกแล้ว แต่ไม่สามารถขัดขืนได้จึงปล่อยเลยตามเลย ปรากฏว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยซึ่งเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวนอนอยู่ในมุ้งด้วย ขณะที่ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออก ผู้เสียหายอาจจะรู้ว่าเป็นจำเลยจึงไม่กล้าขัดขืนต่อไป และไม่กล้าบอกให้บุคคลอื่นทราบก็เป็นได้ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยมีพฤติการณ์ขึ้นนอนทับตัวผู้เสียหายแล้วเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายขัดขืนพยายามที่จะผลักออก แต่จำเลยก็ยังนอนทับและทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอยู่เป็นเวลานานประมาณ 20 นาที เช่นนี้ถือได้ว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยจึงเข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิดและใช้บังคับแก่คดี เนื่องจากกฎหมายที่แก้ไขในภายหลังระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาไม่เป็นคุณแก่จำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) ประกอบ มาตรา 285 จำคุก 16 ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16001/2553 พนักงานอัยการจังหวัดน่าน โจทก์ นายก้อน รกไพร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดน่าน · จำเลย - นายก้อน รกไพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประยูร ณ ระนอง · พิศาล อัยยะวรากูล · อดิศักดิ์ ปัตรวลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดน่าน - นายเด่นชัย ศรีจุลฮาต · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสู่บุญ วุฒิวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5055/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 974-975/2554ฎีกา 2759/2532ฎีกา 2249/2520ฎีกา 949/2530ฎีกา 19406/2555ฎีกา 891/2521ฎีกา 2740/2523ฎีกา 51/2517ฎีกา 830/2469ฎีกา 1974/2539ฎีกา 1436/2498ฎีกา 975/2508ฎีกา 250/2510ฎีกา 132/2481ฎีกา 667/2521ฎีกา 1023/2516ฎีกา 2566/2530ฎีกา 161/2487ฎีกา 2077/2530ฎีกา 994/2537ฎีกา 1672/2538ฎีกา 8917/2546ฎีกา 1111/2519ฎีกา 5100/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา