⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2879/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2879/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยเพียงจับมือจับเท้าผู้เสียหายให้พวกของจำเลยข่มขืนกระทำชำเรา โดยไม่มีการกระทำอนาจารอื่นใดอีก ถือว่าจำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ประกอบมาตรา 83 เท่านั้น ไม่เป็นความผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 278 ประกอบมาตรา 83 ด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยช่วยจับมือจับเท้าผู้เสียหายให้พวกของจำเลยข่มขืนกระทำชำเรา ไม่ปรากฏว่ามีการกระทำอนาจารอย่างอื่นแก่ผู้เสียหายอีก คงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 83 เท่านั้น จะปรับบทว่ามีความผิดตามมาตรา 278, 83 ด้วยหาถูกต้องไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายจรินทร์ คงเขียว นายชำนาญ จันทรสังข์จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1511/2514 ของศาลจังหวัดตรังกับพวกที่หลบหนีอีก 5 คน ร่วมกันใช้อาวุธจี้บังคับและตบตีทำร้ายนางสาวสุพินผู้เยาว์อายุ 15 ปี แล้วฉุดคร่าพรากไปเสียจากนางช้อยผู้ปกครอง โดยนางสาวสุพินไม่เต็มใจไปด้วย และจำเลยกับพวกพาไปเพื่อการอนาจารตามวันเวลาดังกล่าว ขณะที่นายจรินทร์ได้กระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรานางสาวสุพิน จำเลยกับพวกได้ช่วยจับแขนขานางสาวสุพินไว้ในขณะที่นายจรินทร์ข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ การกระทำของจำเลยกับพวกเป็นการร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 278, 284, 318, 83 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วจำเลยที่ 1 กลับให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 278, 284, 83 ให้ลงโทษตามมาตรา 276 ซึ่งเป็นกระทงหนักให้จำคุกจำเลยที่ 1 4 ปี จำเลยที่ 2 อายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 แล้วคงจำคุกจำเลยที่ 2 สี่ปี คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ถือว่าจำนนต่อพยานหลักฐานโจทก์ จึงไม่ลดโทษให้ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หลักฐานพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 มั่นคงมีน้ำหนักเชื่อถือได้ว่า จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับพวกกระทำความผิดด้วยแต่ที่ศาลชั้นต้นวางบทลงโทษจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278 ด้วยนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะตามข้อเท็จจริงที่ได้ความไม่ปรากฏว่ามีการกระทำอนาจารอย่างอื่นแก่ผู้เสียหายอีก นอกจากการข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นความผิดตามมาตรา 276 อยู่แล้วจะถือว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 278, 83 ด้วยหาได้ไม่ และกรณีเช่นนี้เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาแก้ตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วยได้ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 284, 83 แต่ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 276, 83 ซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา 91ส่วนการกำหนดโทษและลดมาตราส่วนโทษ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2879/2516 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายอำนวย ชูชนะ หรือชูชะนะ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายอำนวย ชูชนะ หรือชูชะนะ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · สวัสดิ์ ภู่งาม · ล้วน นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1927/2515ฎีกา 974-975/2554ฎีกา 1357/2545ฎีกา 6668/2551ฎีกา 2759/2532ฎีกา 2249/2520ฎีกา 949/2530ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2084/2531ฎีกา 891/2521ฎีกา 444/2537ฎีกา 2740/2523ฎีกา 214/2524ฎีกา 51/2517ฎีกา 830/2469ฎีกา 1974/2539ฎีกา 1436/2498ฎีกา 975/2508ฎีกา 250/2510ฎีกา 132/2481ฎีกา 667/2521ฎีกา 1023/2516ฎีกา 2049/2529ฎีกา 2566/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา