⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11411/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11411/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ออกหรือยกเลิกหมายจับและหมายค้นในชั้นสอบสวน ไม่ใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งอันใดที่กฎหมายจะอนุญาตให้คู่ความอุทธรณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

การออกหมายจับและหมายค้นในชั้นสอบสวน เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเพื่อให้การสอบสวนดำเนินไปได้ แม้พนักงานสอบสวนจะต้องมาร้องขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้ออกหมายจับและหมายค้น แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ฟ้องเป็นคดีมาถึงศาล เมื่อศาลชั้นต้นเห็นสมควรสั่งประการใดแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายประสงค์จะให้อุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 หากผู้ร้องอ้างข้อมูลอันเป็นเท็จ ผู้ต้องหาก็มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการแก่ผู้ร้องตามที่เห็นสมควรเป็นกรณีต่างหากได้ ผู้ต้องหาจึงไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ให้เพิกถอนหมายจับและหมายค้นในชั้นสอบสวน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 ศาลชั้นต้นออกหมายจับผู้ต้องหา นางสาวเดือนเพ็ญ นายเสรีหรือหมี นายประพัฒน์ วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ศาลชั้นต้นออกหมายค้นบ้านของผู้ต้องหา บ้านของนางสาวเดือนเพ็ญ และบ้านของบุคคลอื่น ผู้ต้องหายื่นคำร้องลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 ว่า ได้มีการจับกุม ค้นบ้านและรถยนต์ของผู้ต้องหาไปโดยมิชอบตามหมายจับและหมายค้นของศาลชั้นต้น ซึ่งผู้ร้องได้อ้างข้อมูลอันเป็นเท็จให้ศาลออกหมายดังกล่าว ขอให้เพิกถอนหมายจับและหมายค้นนั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ต้องหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ต้องหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นสมควรยกปัญหาว่า เมื่อศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งออกหมายจับและหมายค้นแล้ว ผู้ต้องหาจะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้หรือไม่ เห็นว่า การออกหมายจับและหมายค้นในกรณีนี้เป็นการดำเนินการในชั้นสอบสวน เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเพื่อให้การสอบสวนดำเนินไปได้เท่านั้น แม้พนักงานสอบสวนจะต้องมาร้องขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้ออกหมายจับและหมายค้น แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ฟ้องเป็นคดีมาถึงศาล เมื่อศาลชั้นต้นเห็นสมควรสั่งประการใดแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายประสงค์จะให้อุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 หากผู้ร้องอ้างข้อมูลอันเป็นเท็จ ผู้ต้องหาก็มีสิทธิที่จะดำเนินการแก่ผู้ร้องตามที่เห็นสมควรเป็นกรณีต่างหากได้ ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ดังนั้น ผู้ต้องหาจึงไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ขอให้เพิกถอนหมายจับและหมายค้น ในชั้นสอบสวนดังกล่าวได้ เมื่อผู้ต้องหาไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้ดังกล่าวแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ต้องหาจึงเป็นการไม่ชอบ ผู้ต้องหาไม่อาจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ เพราะเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของผู้ต้องหา พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาของผู้ต้องหา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11411/2554 พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี ผู้ร้อง นายศิวาวิทย์ สำเร็จผล ผู้ต้องหา

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็กเยาวชน และสตรี · ผู้ต้องหา - นายศิวาวิทย์ สำเร็จผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · สมควร วิเชียรวรรณ · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นางสาวอรกมล เจนนิรมาณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2066/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 2053/2528ฎีกา 568/2528ฎีกา 5779/2530ฎีกา 3199/2541ฎีกา 2147/2521ฎีกา 3387/2534ฎีกา 620/2524ฎีกา 7014/2553ฎีกา 2251/2541ฎีกา 1228/2510ฎีกา 1013/2479ฎีกา 2794/2516ฎีกา 4547/2530ฎีกา 26/2486ฎีกา 14293/2553ฎีกา 250-251/2536ฎีกา 8575-8576/2548ฎีกา 745/2534ฎีกา 549/2503ฎีกา 4952/2536ฎีกา 643/2547ฎีกา 8658/2548ฎีกา 4383/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา