⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1786/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1786/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากเจตนาอันเดียวกัน แม้จะเป็นขั้นตอนต่างกันและแยกบรรยายฟ้องเป็นข้อๆ ก็ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท หาใช่ความผิดหลายกรรมต่างกันไม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกทำปลอมหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมแล้วนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปให้ อ. ลงลายมือชื่อเป็นพยาน และไปแสดงแก่พนักงานบริษัท ท. เพื่อขอเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ร่วม เมื่อบริษัท ท. ออกเช็คจำนวน 33,067 บาท เพื่อเป็นค่าเวนคืนให้แก่จำเลยที่ 2 กับพวก จำเลยที่ 2 กับพวกนำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีของโจทก์ร่วม แล้วลักเงินของโจทก์ร่วมโดยใช้บัตรกดเงินอัตโนมัติ และเลขรหัสของโจทก์ร่วมเบิกเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติไปจำนวน 33,000 บาท เป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งหมายเพื่อจะให้ได้เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นหลัก ซึ่งแม้การกระทำจะเป็นขั้นตอนต่างกัน และโจทก์บรรยายฟ้องแยกเป็นข้อๆ แยกต่างหากจากกัน แต่ก็เกิดจากเจตนาอันเดียวกัน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท หาใช่ความผิดหลายกรรมต่างกันไม่ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัย และแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 268, 334, 335 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินที่ลักไปจำนวน 33,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีใหม่ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณานายสำรวย ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก มาตรา 335 (7) วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยที่ 2 กับพวกเป็นผู้ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 3 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินที่ลักไป จำนวน 33,000 บาท แก่ผู้เสียหายนั้น ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายแล้วเป็นเงิน 10,000 บาท จึงให้จำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินที่ลักไปจำนวน 23,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า กรณีมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกปลอมและใช้หนังสือมอบอำนาจปลอมเพื่อขอเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ร่วมกับบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด และนำเช็คที่บริษัทออกให้เป็นค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ร่วมเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ร่วมที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาบางปะกง แล้วใช้บัตรกดเงินอัตโนมัติและเลขรหัสของโจทก์ร่วมเบิกเงินจากบัญชีผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ เป็นการกระทำที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนและความเสียหายของผู้อื่น โดยไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยที่ 2 ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และได้นำเงินที่ลักเอาไปคืนให้แก่โจทก์ร่วมไปแล้ว หรือมีเหตุอื่นตามที่อ้างในฎีกา แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะให้ศาลใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 2 ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยที่ 2 จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตาม ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยลงโทษฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอมกระทงหนึ่งและฐานร่วมกันลักทรัพย์อีกกระทงหนึ่งนั้นไม่ถูกต้อง เพราะตามพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยที่ 2 ในการร่วมกับพวกทำปลอมหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมแล้วนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปให้นายอำนาจ ลงลายมือชื่อเป็นพยานและนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปแสดงแก่พนักงานบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด เพื่อขอเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ร่วม เมื่อบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด ออกเช็คจำนวนเงิน 33,067 บาท เพื่อเป็นค่าเวนคืนกรมธรรม์ให้แก่จำเลยที่ 2 กับพวก จำเลยที่ 2 กับพวกนำเช็คไปเข้าบัญชีของโจทก์ร่วม แล้วลักเอาเงินของโจทก์ร่วมในบัญชีเงินฝากของโจทก์ร่วมที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาบางปะกง โดยการฝากเงินอัตโนมัติและใช้บัตรกดเงินอัตโนมัติและเลขรหัสของโจทก์ร่วมเบิกเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติไปจำนวน 33,000 บาท เป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งหมายเพื่อจะให้ได้เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นหลัก ซึ่งแม้การกระทำจะเป็นขั้นตอนต่างกัน และโจทก์บรรยายฟ้องเป็นข้อๆ แยกต่างหากจากกัน แต่ก็เกิดจากเจตนาอันเดียวกัน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195 วรรคสอง นอกจากนี้ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษจำคุกจำเลยที่ 2 เสียใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพความผิด และเมื่อปรากฏว่าก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้คู่ความฟัง จำเลยที่ 2 ได้นำเงินตามจำนวนที่ร่วมกันลักไป มาวางศาลเพื่อให้โจทก์ร่วมรับไปจนครบถ้วนแล้ว จึงไม่กำหนดให้จำเลยที่ 2 คืนเงินที่ร่วมกันลักไปให้แก่โจทก์ร่วมอีก พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษในความผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ยกคำขอที่ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกันคืนเงินที่ลักไปให้แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1786/2554 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายสำรวย สีลานันท์ โจทก์ร่วม นางสาวดารณี สุขสมบูรณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · โจทก์ร่วม - นายสำรวย สีลานันท์ · จำเลย - นางสาวดารณี สุขสมบูรณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นันทชัย เพียรสนอง · อร่าม แย้มสอาด · สิงห์พล ละอองมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสำเริง สินธูระหัฐ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายธีระ เบญจรัศมีโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.86/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา