⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1786/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1786/2554

ป.อาญา ม.78, 83, 91 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.195, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากเจตนาอันเดียวกัน แม้จะเป็นขั้นตอนต่างกันและแยกบรรยายฟ้องเป็นข้อๆ ก็ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท หาใช่ความผิดหลายกรรมต่างกันไม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกทำปลอมหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมแล้วนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปให้ อ. ลงลายมือชื่อเป็นพยาน และไปแสดงแก่พนักงานบริษัท ท. เพื่อขอเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ร่วม เมื่อบริษัท ท. ออกเช็คจำนวน 33,067 บาท เพื่อเป็นค่าเวนคืนให้แก่จำเลยที่ 2 กับพวก จำเลยที่ 2 กับพวกนำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีของโจทก์ร่วม แล้วลักเงินของโจทก์ร่วมโดยใช้บัตรกดเงินอัตโนมัติ และเลขรหัสของโจทก์ร่วมเบิกเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติไปจำนวน 33,000 บาท เป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งหมายเพื่อจะให้ได้เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นหลัก ซึ่งแม้การกระทำจะเป็นขั้นตอนต่างกัน และโจทก์บรรยายฟ้องแยกเป็นข้อๆ แยกต่างหากจากกัน แต่ก็เกิดจากเจตนาอันเดียวกัน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท หาใช่ความผิดหลายกรรมต่างกันไม่ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัย และแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 268, 334, 335 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินที่ลักไปจำนวน 33,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีใหม่ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณานายสำรวย ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก มาตรา 335 (7) วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยที่ 2 กับพวกเป็นผู้ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 3 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินที่ลักไป จำนวน 33,000 บาท แก่ผู้เสียหายนั้น ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายแล้วเป็นเงิน 10,000 บาท จึงให้จำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินที่ลักไปจำนวน 23,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า กรณีมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกปลอมและใช้หนังสือมอบอำนาจปลอมเพื่อขอเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ร่วมกับบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด และนำเช็คที่บริษัทออกให้เป็นค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ร่วมเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ร่วมที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาบางปะกง แล้วใช้บัตรกดเงินอัตโนมัติและเลขรหัสของโจทก์ร่วมเบิกเงินจากบัญชีผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ เป็นการกระทำที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนและความเสียหายของผู้อื่น โดยไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยที่ 2 ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และได้นำเงินที่ลักเอาไปคืนให้แก่โจทก์ร่วมไปแล้ว หรือมีเหตุอื่นตามที่อ้างในฎีกา แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะให้ศาลใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 2 ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยที่ 2 จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตาม ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยลงโทษฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอมกระทงหนึ่งและฐานร่วมกันลักทรัพย์อีกกระทงหนึ่งนั้นไม่ถูกต้อง เพราะตามพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยที่ 2 ในการร่วมกับพวกทำปลอมหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมแล้วนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปให้นายอำนาจ ลงลายมือชื่อเป็นพยานและนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปแสดงแก่พนักงานบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด เพื่อขอเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ร่วม เมื่อบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด ออกเช็คจำนวนเงิน 33,067 บาท เพื่อเป็นค่าเวนคืนกรมธรรม์ให้แก่จำเลยที่ 2 กับพวก จำเลยที่ 2 กับพวกนำเช็คไปเข้าบัญชีของโจทก์ร่วม แล้วลักเอาเงินของโจทก์ร่วมในบัญชีเงินฝากของโจทก์ร่วมที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาบางปะกง โดยการฝากเงินอัตโนมัติและใช้บัตรกดเงินอัตโนมัติและเลขรหัสของโจทก์ร่วมเบิกเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติไปจำนวน 33,000 บาท เป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งหมายเพื่อจะให้ได้เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นหลัก ซึ่งแม้การกระทำจะเป็นขั้นตอนต่างกัน และโจทก์บรรยายฟ้องเป็นข้อๆ แยกต่างหากจากกัน แต่ก็เกิดจากเจตนาอันเดียวกัน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195 วรรคสอง นอกจากนี้ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษจำคุกจำเลยที่ 2 เสียใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพความผิด และเมื่อปรากฏว่าก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้คู่ความฟัง จำเลยที่ 2 ได้นำเงินตามจำนวนที่ร่วมกันลักไป มาวางศาลเพื่อให้โจทก์ร่วมรับไปจนครบถ้วนแล้ว จึงไม่กำหนดให้จำเลยที่ 2 คืนเงินที่ร่วมกันลักไปให้แก่โจทก์ร่วมอีก พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษในความผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ยกคำขอที่ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกันคืนเงินที่ลักไปให้แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1786/2554 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายสำรวย สีลานันท์ โจทก์ร่วม นางสาวดารณี สุขสมบูรณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · โจทก์ร่วม - นายสำรวย สีลานันท์ · จำเลย - นางสาวดารณี สุขสมบูรณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นันทชัย เพียรสนอง · อร่าม แย้มสอาด · สิงห์พล ละอองมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสำเริง สินธูระหัฐ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายธีระ เบญจรัศมีโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.86/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 492/2539ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา