⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2886/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนที่จำเลยให้การโดยสมัครใจ สามารถนำมารับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคดีเกิดก่อนการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 84 การให้ข้อมูลที่ระบุถึงผู้กระทำความผิดรายอื่นต่อพนักงานสอบสวน จะถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปราบปรามยาเสพติดและได้รับการบรรเทาโทษตามกฎหมาย ก็ต่อเมื่อเจ้าพนักงานได้ใช้ข้อมูลนั้นในการจับกุมผู้ที่ถูกอ้างถึงแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเชื่อว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ และเพียงแต่นำคำรับสารภาพดังกล่าวมารับฟังประกอบกับพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีนี้เกิดเหตุก่อนที่จะมีการแก้ไข ป.วิ.อ. มาตรา 84 จึงไม่ต้องห้ามที่จะรับฟังถ้อยคำรับสารภาพในชั้นจับกุม จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า จำเลยและ อ. ซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจาก น. ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ค. พร้อมกับแจ้งตำหนิรูปพรรณ ของ น. ต่อพนักงานสอบสวนด้วย เมื่อยังไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานสอบสวนได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวในการจับกุม น. ผู้ที่จำเลยอ้างว่าจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยให้ข้อมูลที่สำคัญอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษซึ่งจะมีเหตุบรรเทาโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบเมทแอมเฟตามีนกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีและพาอาวุธปืน ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนั้นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 12 เดือน และปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาและคำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 8 ปี คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ขณะที่จำเลยขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าสีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน กท 9381 นนทบุรี โดยมีนายอนุชัย เกษรบัว นั่งคู่กับจำเลย ไปจอดที่บริเวณลานจอดรถของอาคารบุญโตแมนชั่น ซึ่งอยู่ในซอยเขมทัศน์ 2 เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมจำเลยและนายอนุชัย พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีน 100 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้าวางอยู่บริเวณที่พักเท้าของนายอนุชัย กับอาวุธปืนพกแบบรีวอลเวอร์ขนาด .38 เครื่องหมายทะเบียน กจ 1/9215 ของนางอรวรรณอาภรณ์อักษรกิจ ที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้จากนายทะเบียน พร้อมกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด อยู่ในรังเพลิงของอาวุธปืนดังกล่าวโดยพกอยู่ที่เอวจำเลย และพบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบพีซีที 1 เครื่องที่ตัวจำเลย กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง ที่ตัวนายอนุชัยจึงยึดเป็นของกลาง และแจ้งข้อหาแก่จำเลยกับนายอนุชัยว่าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นายอนุชัยให้การรับสารภาพและศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษและริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางไปแล้วในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5559/2545 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยร่วมกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ โจทก์มีจ่าสิบตำรวจธงชัย และจ่าสิบตำรวจสุเทพ เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมเป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า ก่อนเกิดเหตุให้สายลับนำเงิน 6,000 บาท ไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน 100 เม็ด จากนายอนุชัย โดยนัดส่งมอบกันที่หน้าร้านสุกี้ศรีนนท์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งจำเลยเป็นผู้ขับรถพานายอนุชัยไปรับสายลับที่หน้าร้านสุกี้ศรีนนท์แล้วไปจอดที่บริเวณลานจอดรถของอาคารบุญโตแมนชั่นเมื่อเข้าตรวจค้นจับกุมก็พบเมทแอมเฟตามีน 100 เม็ด อยู่ในรถจำเลยโดยวางอยู่บริเวณที่พักเท้าของนายอนุชัย เห็นว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางถูกค้นพบในรถจำเลยแม้เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจะวางอยู่บริเวณที่พักเท้าของนายอนุชัย แต่ก็ไม่ใช่จะถือว่าเป็นของนายอนุชัยแต่เพียงผู้เดียวเพราะในชั้นจับกุมนอกจากจำเลยและนายอนุชัยจะให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.2 แล้ว จำเลยยังเขียนบันทึกคำรับสารภาพด้วยลายมือของตนเองตามเอกสารหมาย จ. 4 โดยมีรายละเอียดว่า จำเลยและนายอนุชัยร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายบันทึกดังกล่าวจำเลยเขียนที่สถานีตำรวจภูธร เมืองนนทบุรีต่อหน้าร้อยตำรวจเอกพฤฒ รองสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี โดยมีนายอนุชัยลงลายมือชื่อเป็นพยาน จึงไม่มีเหตุสงสัยว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายให้จำเลยรับสารภาพที่สถานีตำรวจดังกล่าว เพราะจำเลยต่อสู้เพียงว่าถูกทำร้ายร่างกายแต่ไม่ทราบว่าเป็นที่ใด ทั้งคำรับสารภาพดังกล่าวกระทำในเวลากระชั้นชิดหลังถูกจับกุมเชื่อว่าเป็นคำรับสารภาพโดยสมัครใจโดยจำเลยยังไม่มีโอกาสหาข้อแก้ตัวเป็นอย่างอื่น นอกจากนี้ในชั้นสอบสวนจำเลยยังให้การรับว่าจำเลยและนายอนุชัยมีเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อเสพคนละ 50 เม็ด โดยจำเลยยืนยันว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวนโดยสมัครใจไม่มีผู้ใดบังคับขู่เข็ญ ซึ่งโจทก์มีร้อยตำรวจเอกวิศิษฎ์ ท่านมุข พนักงานสอบสวนเบิกความสนับสนุนในข้อนี้ ทั้งจำเลยและนายอนุชัยยังได้นำพนักงานสอบสวนไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำให้การตามบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ. 9 และภาพถ่ายหมาย จ. 10 ซึ่งนายอนุชัยที่มาเบิกความเป็นพยานจำเลยตอบคำถามค้านของโจทก์ว่า นายอนุชัยกับจำเลยนำชี้โดยไม่มีเจ้าพนักงานตำรวจแนะนำหรือบังคับ แม้หลังจากนั้นจำเลยจะขอให้การในชั้นสอบสวนใหม่ตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ. 11 ว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของนายอนุชัยเพียงผู้เดียว โดยอ้างว่านายอนุชัยใช้อุบายหลอกล่อและข่มขู่ให้จำเลยให้การในครั้งแรก นายอนุชัยก็มิได้เบิกความว่าได้กระทำเช่นนั้นต่อจำเลยคำให้การในชั้นสอบสวนครั้งที่สองตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ. 11 จึงมีพิรุธส่อแสดงว่าเป็นข้อแก้ตัวเพื่อให้พ้นผิด นอกจากนี้ก็ไม่ปรากฏเหตุให้ระแวงสงสัยว่าพยานโจทก์ทั้งสามจะแกล้งปรักปรำจำเลยโดยไม่มีมูลความจริง พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยร่วมกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่จำเลยนำสืบต่อสู้และฎีกาว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของนายอนุชัย โดยจำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย เพราะนายอนุชัยขออาศัยรถไปลงยังห้องพักของนายอนุชัยที่อาคารบุญโตแมนชั่นซึ่งอยู่เส้นทางเดียวกับบ้านจำเลยนั้น เมื่อพิจารณาจากแผนที่เอกสารหมาย ล. 1 ที่จำเลยอ้างว่า บ้านจำเลยอยู่ที่จุดหมายเลข 4 ปรากฏว่า บ้านจำเลยไม่ได้อยู่เส้นทางเดียวกับอาคารบุญโตแมนชั่นทั้งยังมีถนนรัตนาธิเบศร์ซึ่งเป็นถนนขนาดใหญ่หลายช่องทางรวมทั้งมีถนนคู่ขนานอยู่ด้านข้างคั่นอยู่ ซึ่งไม่สะดวกต่อจำเลยที่เมื่อไปส่งนายอนุชัยแล้วต้องขับรถย้อนออกมากลับรถเสียก่อนจึงจะขับรถเข้าไปในซอยบ้านจำเลยได้ ขัดต่อเหตุผลที่อ้างว่าเป็นการขออาศัยรถเพราะอยู่เส้นทางเดียวกัน ส่วนที่จำเลยอ้างว่าไปพบนายอนุชัยที่ร้านอาหารซึ่งนายดำรงหรือรัก พ่วงนวมเป็นหุ้นส่วนนั้น นายดำรงที่มาเบิกความเป็นพยานจำเลยหาได้ยืนยันถึงความข้อนี้ไม่ นอกจากนี้ระหว่างที่จำเลยขับรถไปส่งนายอนุชัย นายอนุชัยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อกับบุคคลอื่นแล้วให้จำเลยไปจอดรถรับผู้หญิงที่ร้านสุกี้ศรีนนท์โดยไม่ปรากฏว่ารับผู้หญิงดังกล่าวไปที่ใดและไม่มีการพูดคุยกันระหว่างที่ขึ้นมาบนรถ ซึ่งผิดวิสัยของผู้ครอบครองรถโดยทั่วไป ที่จำเลยฎีกาว่า นางสาวเบญจมาศ เรียนปรุ ซึ่งเป็นสายลับในคดีนี้มาเบิกความเป็นพยานจำเลยว่า จำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนในครั้งนี้ โดยนางสาวเบญจมาศมีชื่อเล่นว่าน้ำฝน ดังได้เคยแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2549 ตามรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานเอกสารท้ายคำแถลงการณ์ในชั้นฎีกานั้น เห็นว่า จำเลยไม่ได้ถามค้านพยานโจทก์เกี่ยวกับชื่อและชื่อสกุลของสายลับดังกล่าวไว้ก่อน ทั้งคำให้การในชั้นสอบสวนของนายอนุชัยระบุแต่เพียงว่าแต่ก่อนถูกจับกุมนางฝนโทรศัพท์ให้นายอนุชัยไปรับเท่านั้น ครั้นเมื่อเบิกความต่อศาลนายอนุชัยกลับอ้างว่า นางน้ำฝนโทรศัพท์แจ้งให้นายอนุชัยนำเมทแอมเฟตามีนไปส่ง นางสาวเบญจมาศพยานจำเลยก็มิได้เบิกความยืนยันว่าตนเองมีชื่อเล่นว่าฝนหรือน้ำฝน จนกระทั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า หญิงที่โทรศัพท์ไปขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายอนุชัยชื่อนางน้ำฝน หาใช่นางสาวเบญจมาศไม่ จำเลยจึงนำรายงานประจำวันดังกล่าวมายื่นในภายหลังจากที่ยื่นฎีกาแล้วทำให้มีน้ำหนักน้อย ที่จำเลยฎีกาว่า บันทึกให้การตามเอกสารหมาย จ. 2 จ. 4 และ จ. 7 เป็นเอกสารไม่ชอบต้องห้ามรับฟังเป็นพยานหลักฐานนั้น ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเชื่อว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ และเพียงแต่นำคำรับสารภาพดังกล่าวมารับฟังประกอบกับพยานหลักฐานอื่นของโจทก์โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีนี้เกิดเหตุก่อนที่จะมีการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 84 จึงไม่ต้องห้ามที่จะรับฟังถ้อยคำรับสารภาพในชั้นจับกุมที่จำเลยฎีกาอีกประการหนึ่งว่า จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า จำเลยและนายอนุชัยซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากนายน้อยที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูพร้อมกับแจ้งตำหนิรูปพรรณของนายน้อยต่อพนักงานสอบสวนด้วย ถือได้ว่าให้ข้อมูลที่สำคัญอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ซึ่งมีเหตุบรรเทาโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2 นั้น ยังไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานสอบสวนได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวในการจับกุมนายน้อยผู้ที่จำเลยอ้างว่าจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยให้ข้อมูลที่สำคัญอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลยจำคุก 8 ปี ก่อนลดโทษนั้น เห็นว่า หนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสม ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้ลงโทษจำคุก 6 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886/2554 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายสอาดหรือจ้อน คงเนียม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นายสอาดหรือจ้อน คงเนียม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ · ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว · นพพร โพธิรังสิยากร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4499/2531ฎีกา 286/2536ฎีกา 3219/2516ฎีกา 880/2502ฎีกา 1640/2526ฎีกา 729/2489ฎีกา 949/2530ฎีกา 4979/2541ฎีกา 3012-3013/2543ฎีกา 1496/2543ฎีกา 899/2487ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1120/2521ฎีกา 2414/2515ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1404/2512ฎีกา 6759/2540ฎีกา 7847/2544ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4519/2544ฎีกา 186/2514ฎีกา 915/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ