⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6096/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6096/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ที่กล่าวอ้างว่าคำเบิกความของพยานโจทก์ไม่น่าเชื่อถือและไม่มีน้ำหนักรับฟังลงโทษจำเลยได้ ถือเป็นการอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

แม้อุทธรณ์ของจำเลยไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จำเลยประสงค์ยกขึ้นอ้างอิงคัดค้าน หรือกล่าวอ้างว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายในข้อใด แต่คดีนี้โจทก์มีผู้เสียหายซึ่งเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียว และศาลชั้นต้นวินิจฉัยถึงความสัมพันธ์ของผู้เสียหายกับจำเลย หน้าที่การงานของผู้เสียหาย และการที่จำเลยผิดนัดไม่ไปสู่ขอผู้เสียหายจนเป็นสาเหตุให้เกิดคดีนี้ แล้วเห็นว่าคำเบิกความของผู้เสียหายมีเหตุผลและมีน้ำหนักรับฟังได้ ดังนั้น การที่จำเลยอุทธรณ์ถึงความสัมพันธ์ฉันสามีภริยาระหว่างจำเลยกับผู้เสียหาย สาเหตุที่ผู้เสียหายโกรธเคืองจำเลยเพราะจำเลยไม่ไปสู่ขอผู้เสียหายตามนัดหมาย และญาติของผู้เสียหายยุให้ดำเนินคดีแก่จำเลยเพื่อเรียกทรัพย์สิน วันเกิดเหตุผู้เสียหายยินยอมสมัครใจไปกับจำเลยเพื่อเจรจาต่อรองเกี่ยวกับคดีอาญาที่ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ไว้ แต่เมื่อผู้เสียหายเรียกร้องเงินจากจำเลยและจำเลยไม่ยินยอมให้ จึงทำให้ผู้เสียหายไม่พอใจ และศาลชั้นต้นมีแนวโน้มจะเชื่อคำเบิกความของผู้เสียหายอันเป็นการขัดต่อหลักการพิจารณาคดี เท่ากับอุทธรณ์ว่าคำเบิกความของผู้เสียหายไม่น่าเชื่อถือและไม่มีน้ำหนักรับฟังลงโทษจำเลยได้ อุทธรณ์ของจำเลยจึงคัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 138, 276, 284, 309, 310 ริบของกลาง และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 642/2549 ของศาลจังหวัดหนองบัวลำภู จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง 276 วรรคแรก 284 วรรคแรก 309 วรรคแรก 310 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพกับฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 ปี ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง จำคุก 2 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 6 ปี ฐานขัดขวางเจ้าพนักงานตำรวจ จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 11 ปี ริบมีดคัทเตอร์และมีดพับของกลาง กับให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 642/2549 ของศาลจังหวัดหนองบัวลำภู จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้อุทธรณ์ของจำเลยไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จำเลยประสงค์ยกขึ้นอ้างอิงคัดค้าน หรือกล่าวอ้างว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายในข้อใด แต่คดีนี้โจทก์มีผู้เสียหายซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความเป็นพยานเพียงปากเดียว และศาลชั้นต้นวินิจฉัยถึงความสัมพันธ์ของผู้เสียหายกับจำเลยว่ามิใช่ข้อบ่งชี้ว่าผู้เสียหายจะยินยอมสมัครใจในการกระทำของจำเลยในทุก ๆ โอกาสโดยเฉพาะคดีนี้ หน้าที่การงานของผู้เสียหาย การเดินทางโดยไม่ได้ตระเตรียมตัว และการที่จำเลยผิดนัดไม่ไปสู่ขอผู้เสียหายตามที่ตกลงกันไว้จนเป็นสาเหตุให้เกิดคดีนี้ โดยเห็นว่าคำเบิกความของผู้เสียหายมีเหตุผลที่มาที่ไปและมีน้ำหนักรับฟังได้ กับเชื่อว่ามูลเหตุที่จำเลยก่อครั้งนี้ด้วยความรักใคร่ที่จำเลยมีต่อผู้เสียหายฝ่ายเดียวถึงได้ขาดสติยับยั้งกระทำวู่วามพาผู้เสียหายไปตามที่ตนเองต้องการ การที่จำเลยอุทธรณ์โดยกล่าวว่าจำเลยและผู้เสียหายมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแน่นแฟ้นกันมาก่อนประมาณ 1 ปี และใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเท่านั้น สาเหตุที่เกิดคดีนี้เนื่องจากปัญหาเรื่องการหมั้นและการสู่ขอตามประเพณี เพราะฝ่ายจำเลยและญาติพี่น้องมิได้มาตามกำหนดนัด ก่อนเกิดเหตุจำเลยต้องการเจรจากับผู้เสียหายเพื่อปรึกษาหารือต่อรองเกี่ยวกับคดีอาญาซึ่งมีหลายคดีที่ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ ศาลชั้นต้นมีแนวโน้มที่จะเชื่อผู้เสียหายเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการพิสูจน์พยานหลักฐานที่ยุ่งยากและตามผู้เสียหายเบิกความ ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย ความตั้งใจของจำเลยเพียงแต่จะปรึกษาและเจรจาต่อรองเกี่ยวกับคดีอาญากับผู้เสียหายซึ่งเป็นอนุภริยาให้ถอนฟ้องแต่ละคดีที่ได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจหลายแห่ง และญาติของผู้เสียหายมีหนี้สินจำนวนมาก ตามสภาพแห่งความเป็นจริงแล้ว ผู้เสียหายซึ่งเป็นอนุภริยามิอยากแจ้งความร้องทุกข์เพียงแต่กลุ่มญาติยุยงส่งเสริมให้กระทำเพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับจำเลยเพื่อที่จะเรียกร้องเงิน และต่อมาจึงเป็นเหตุให้โกรธเคืองกัน มูลเหตุแห่งคดีจำเลยโทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหายเพื่อนัดเจรจาตกลงเกี่ยวกับการต่อรองในคดีอาญาที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ และผู้เสียหายให้จำเลยไปรับโดยระบุสถานที่บ้านของเพื่อนน้องชาย ต่อมาจำเลยไปรับผู้เสียหายและเดินทางไปยังจังหวัดสุโขทัยเพื่อพบญาติของจำเลยเพื่อปรึกษาและเจรจาต่อรองในคดีอาญา แต่ระหว่างเดินทางผู้เสียหายร้องขอเงินจำนวน 500,000 บาท และจะถอนฟ้องทุกคดี จำเลยปฏิเสธ ทำให้ผู้เสียหายไม่พอใจแล้วยุติความสัมพันธ์ ดังนี้ เห็นได้ว่าจำเลยอุทธรณ์ถึงความสัมพันธ์ฉันสามีภริยาระหว่างจำเลยกับผู้เสียหาย สาเหตุที่ผู้เสียหายโกรธเคืองจำเลยเพราะจำเลยไม่ไปสู่ขอผู้เสียหายตามนัดหมาย และญาติของผู้เสียหายยุให้ดำเนินคดีแก่จำเลยเพื่อเรียกทรัพย์สิน วันเกิดเหตุผู้เสียหายยินยอมสมัครใจไปกับจำเลยเพื่อเจรจาต่อรองเกี่ยวกับคดีอาญาที่ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์จำเลยไว้ แต่เมื่อผู้เสียหายเรียกร้องเงินจากจำเลยและจำเลยไม่ยินยอมให้ จึงทำให้ผู้เสียหายไม่พอใจ เท่ากับอุทธรณ์ว่าคำเบิกความของผู้เสียหายไม่น่าเชื่อถือและไม่มีน้ำหนักรับฟังลงโทษจำเลยได้ อุทธรณ์ของจำเลยจึงคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6096/2554 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นายประทีป หอมเย็น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นายประทีป หอมเย็น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชีพ จุลมนต์ · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายไพบูลย์ ศรีธูป · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายบดินทร์ ตรีรานุรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.29/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 2053/2528ฎีกา 568/2528ฎีกา 5779/2530ฎีกา 3199/2541ฎีกา 2147/2521ฎีกา 3387/2534ฎีกา 620/2524ฎีกา 7014/2553ฎีกา 2251/2541ฎีกา 1228/2510ฎีกา 1013/2479ฎีกา 2794/2516ฎีกา 4547/2530ฎีกา 26/2486ฎีกา 14293/2553ฎีกา 250-251/2536ฎีกา 8575-8576/2548ฎีกา 745/2534ฎีกา 549/2503ฎีกา 4952/2536ฎีกา 643/2547ฎีกา 8658/2548ฎีกา 4383/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา