⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7087/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7087/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ข้อมูลของผู้กระทำความผิดต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จะได้รับการลดโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดได้ ก็ต่อเมื่อข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษรายอื่น หรือนำไปสู่การยึดได้ยาเสพติดให้โทษจำนวนอื่น ซึ่งเจ้าพนักงานไม่สามารถค้นพบหรือยึดได้หากไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

ข้อมูลที่ผู้กระทำความผิดให้ต่อเจ้าพนักงานตามที่กฎหมายบัญญัตินั้น ต้องเป็นข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษรายอื่นหรือนำไปสู่การยึดได้ยาเสพติดให้โทษจำนวนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของกลางในคดีนี้และเจ้าพนักงานไม่สามารถค้นพบหรือยึดได้หากไม่ได้รับข้อมูลจากผู้กระทำความผิด คดีนี้แม้ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 จะให้การรับสารภาพว่า รับจ้าง ส. กับ บ. ไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลาง ต่อมาเจ้าพนักงานจับ ส. กับ บ. ได้ แต่คำให้การของจำเลยเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 กับพวกที่ร่วมกระทำความผิดด้วยกันและเป็นข้อเท็จจริงที่เจ้าพนักงานสืบทราบและวางแผนจับกุมอยู่แล้ว มิใช่ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของรายอื่นแต่อย่างใด ไม่มีเหตุสมควรลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 65 วรรคหนึ่ง วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 65 วรรคสอง), 66 วรรคสาม, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษประหารชีวิต คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2) (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคสาม (2)) 66 วรรคสาม, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตลอดชีวิต และปรับคนละ 1,000,000 บาท คำให้การชั้นจับกุม และชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 33 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 666,666.67 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้กักขังแทนค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่เกิน 1 ปี จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการเดียวว่า กรณีมีเหตุสมควรลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 บัญญัติว่า "ถ้าศาลเห็นว่าผู้กระทำความผิดผู้ใดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้" ซึ่งข้อมูลที่ผู้กระทำความผิดให้ต่อเจ้าพนักงานตามที่กฎหมายบัญญัตินั้นต้องเป็นข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์ที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษรายอื่นหรือนำไปสู่การยึดได้ยาเสพติดให้โทษจำนวนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของกลางในคดีนี้และเจ้าพนักงานจะไม่สามารถค้นพบหรือยึดได้หากไม่ได้รับข้อมูลจากผู้กระทำความผิด คดีนี้แม้ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 จะให้การรับสารภาพว่ารับจ้างนางสาวสายชลกับนางสาวบังอรไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลาง และต่อมาเจ้าพนักงานจับนางสาวสายชลกับนางสาวบังอรได้ แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 กับพวกที่ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน และเป็นข้อเท็จจริงที่เจ้าพนักงานสืบทราบและวางแผนจับกุมอยู่แล้ว มิใช่ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษรายอื่นแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุสมควรลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7087/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางนิว ไม่มีนามสกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางนิว ไม่มีนามสกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายทวีศักดิ์ สายสุวรรณนที · ศาลอุทธรณ์ - นายชาตรี ศิริรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2994/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา