⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7087/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7087/2555

ป.อาญา ม.29, 30, 33 ฯลฯ · พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ข้อมูลของผู้กระทำความผิดต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จะได้รับการลดโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดได้ ก็ต่อเมื่อข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษรายอื่น หรือนำไปสู่การยึดได้ยาเสพติดให้โทษจำนวนอื่น ซึ่งเจ้าพนักงานไม่สามารถค้นพบหรือยึดได้หากไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

ข้อมูลที่ผู้กระทำความผิดให้ต่อเจ้าพนักงานตามที่กฎหมายบัญญัตินั้น ต้องเป็นข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษรายอื่นหรือนำไปสู่การยึดได้ยาเสพติดให้โทษจำนวนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของกลางในคดีนี้และเจ้าพนักงานไม่สามารถค้นพบหรือยึดได้หากไม่ได้รับข้อมูลจากผู้กระทำความผิด คดีนี้แม้ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 จะให้การรับสารภาพว่า รับจ้าง ส. กับ บ. ไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลาง ต่อมาเจ้าพนักงานจับ ส. กับ บ. ได้ แต่คำให้การของจำเลยเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 กับพวกที่ร่วมกระทำความผิดด้วยกันและเป็นข้อเท็จจริงที่เจ้าพนักงานสืบทราบและวางแผนจับกุมอยู่แล้ว มิใช่ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของรายอื่นแต่อย่างใด ไม่มีเหตุสมควรลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 ประมวลกฎหมายอาญา ม.53 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 65 วรรคหนึ่ง วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 65 วรรคสอง), 66 วรรคสาม, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษประหารชีวิต คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2) (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคสาม (2)) 66 วรรคสาม, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตลอดชีวิต และปรับคนละ 1,000,000 บาท คำให้การชั้นจับกุม และชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 33 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 666,666.67 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้กักขังแทนค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่เกิน 1 ปี จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการเดียวว่า กรณีมีเหตุสมควรลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 บัญญัติว่า "ถ้าศาลเห็นว่าผู้กระทำความผิดผู้ใดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้" ซึ่งข้อมูลที่ผู้กระทำความผิดให้ต่อเจ้าพนักงานตามที่กฎหมายบัญญัตินั้นต้องเป็นข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์ที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษรายอื่นหรือนำไปสู่การยึดได้ยาเสพติดให้โทษจำนวนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของกลางในคดีนี้และเจ้าพนักงานจะไม่สามารถค้นพบหรือยึดได้หากไม่ได้รับข้อมูลจากผู้กระทำความผิด คดีนี้แม้ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 จะให้การรับสารภาพว่ารับจ้างนางสาวสายชลกับนางสาวบังอรไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลาง และต่อมาเจ้าพนักงานจับนางสาวสายชลกับนางสาวบังอรได้ แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 กับพวกที่ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน และเป็นข้อเท็จจริงที่เจ้าพนักงานสืบทราบและวางแผนจับกุมอยู่แล้ว มิใช่ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษรายอื่นแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุสมควรลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7087/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางนิว ไม่มีนามสกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางนิว ไม่มีนามสกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายทวีศักดิ์ สายสุวรรณนที · ศาลอุทธรณ์ - นายชาตรี ศิริรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2994/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 531/2510ฎีกา 628/2493ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา