คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20741/2556
พ.ร.บ.ป่าไม้ ม.4, 7, 48 ฯลฯ · ป.อาญา ม.33, 78, 83 ฯลฯ
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตีความกฎหมายที่กำหนดคำนิยามของเครื่องมือใดๆ จะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยตรง และการฟ้องคดีอาญาไม่จำเป็นต้องบรรยายถึงรายละเอียดที่ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกภายหลัง หากกฎหมายหลักได้ให้ความหมายที่ชัดเจนแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ตาม พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 3 บัญญัติว่า ในพระราชบัญญัตินี้ เลื่อยโซ่ยนต์หมายความว่า เครื่องมือสำหรับใช้ตัดไม้หรือแปรรูปไม้ที่มีฟันเลื่อยติดกับโซ่ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องจักรกล และให้หมายความรวมถึงส่วนหนึ่งส่วนใดที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องมือดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวง บทบัญญัติดังกล่าว ให้ความหมายของเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ชัดเจนแล้วว่า เลื่อยโซ่ยนต์ หมายถึง เครื่องมือใช้สำหรับตัดไม้ หรือแปรรูปไม้ที่มีฟันเลื่อยติดกับโซ่ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องจักรกล และมาตรา 2 ของพระราชบัญญัตินี้ยังบัญญัติให้กฎหมายมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2545 และสอดคล้องกับความในมาตรา 14 ที่บัญญัติให้ผู้ที่มีเลื่อยโซ่ยนต์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้ามาขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่มีความผิดตามมาตรา 4 เมื่อขณะที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 6 ในความผิดฐานร่วมกันมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตยังไม่มีกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 3 ดังกล่าวออกมา ไม่ว่ากฎกระทรวงจะมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ กรณีไม่มีเหตุที่โจทก์ต้องบรรยายฟ้องถึงลักษณะของเลื่อยโซ่ยนต์ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงตามที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 6 ยกขึ้นอ้างในฎีกา คำฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.7 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.69 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.74 พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 ม.3 พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 ม.4 พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 ม.13 พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 ม.17 พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์พ.ศ.2545 ม.3 🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 7, 48, 69, 73, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 3, 4, 13, 17 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 ริบของกลางทั้งหมด จ่ายสินบนนำจับตามกฎหมาย และนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 968/2551 และ 545/2551 ของศาลชั้นต้นและนับโทษจำเลยที่ 5 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1314/2550 ของศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 และที่ 5 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง, 69 วรรคหนึ่ง, 73 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง, 17 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันแปรรูปไม้ จำคุกคนละ 1 ปี ฐานมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 1 ปี ฐานมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ชั้นจับกุม จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพ และทางนำสืบของจำเลยทั้งหกเป็นประโยชน์ในการพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คละกระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 24 เดือน นับโทษจำเลยที่ 2 คดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 968/2551 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 545/2551 ของศาลชั้นต้นส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 5 คดีนี้ต่อจากโทษจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1314/2550 ของศาลชั้นต้น นั้น คดีดังกล่าวศาลยกฟ้องจำเลยที่ 3 โจทก์อุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยังมิได้มีคำพิพากษา จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ ริบไม้ประดู่แปรรูปและยังมิได้แปรรูป เลื่อยโซ่ยนต์ เลื่อยวงเดือน รถไถนาเดินตามพร้อมกระบะของกลาง เนื่องจากศาลมิได้ปรับจำเลยทั้งหก จึงไม่อาจจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมาย ยกคำขอในส่วนนี้
จำเลยทั้งหกอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละกระทงละ 3 เดือน ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกคนละกระทงละ 2 เดือน รวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำคุกคนละ 16 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งหกฎีกา
ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ขอถอนฎีกา ศาลฎีกาอนุญาต
ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 เพียงประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์ในความผิดฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ฎีกาว่า เลื่อยโซ่ยนต์ตามความหมายในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 หมายความว่า เครื่องมือสำหรับใช้ตัดไม้หรือแปรรูปไม้ ที่มีฟันเลื่อยติดกับโซ่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องจักรกล และให้หมายความรวมถึงส่วนหนึ่งส่วนใดที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องมือดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ตามที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต่อมารัฐมนตรีได้ออกกฎกระทรวง กำหนดลักษณะเลื่อยโซ่ยนต์และส่วนประกอบของเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2551 ว่า เลื่อยโซ่ยนต์ หมายความว่า (1) เครื่องมือสำหรับใช้ตัดไม้หรือแปรรูปไม้ที่มีฟันเลื่อยติดกับโซ่ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องจักรกลที่ผลิตและประกอบสำเร็จรูปเพื่อการใช้งาน ที่มีต้นกำลังเกินกว่า 2 แรงม้า โดยมีแผ่นบังคับโซ่ ที่มีขนาดความยาวเกินกว่า 12 นิ้ว แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายในคำฟ้องและกล่าวถึงคุณลักษณะของเลื่อยโซ่ยนต์ที่จะเป็นความผิดดังที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงดังกล่าวแต่อย่างใด ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์พ.ศ.2545 มาตรา 3 บัญญัติว่า ในพระราชบัญญัตินี้เลื่อยโซ่ยนต์หมายความว่า เครื่องมือสำหรับใช้ตัดไม้หรือแปรรูปไม้ที่มีฟันเลื่อยติดกับโซ่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องจักรกล และให้หมายความรวมถึงส่วนหนึ่งส่วนใดที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องมือดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวงบทบัญญัติดังกล่าว ให้ความหมายของเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ชัดเจนแล้วว่า เลื่อยโซ่ยนต์ หมายถึง เครื่องมือใช้สำหรับตัดไม้หรือแปรรูปไม้ที่มีฟันเลื่อยติดกับโซ่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องจักรกล และมาตรา 2 ของพระราชบัญญัตินี้ยังบัญญัติให้กฎหมายมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2545 และสอดคล้องกับความในมาตรา 14 ที่บัญญัติให้ผู้ที่มีเลื่อยโซ่ยนต์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้ามาขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่มีความผิดตาม มาตรา 4 เมื่อขณะที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ในความผิดฐานร่วมกันมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตยังไม่มีกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 3 ดังกล่าวออกมา ไม่ว่ากฎกระทรวงจะมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ กรณีไม่มีเหตุที่โจทก์ต้องบรรยายฟ้องถึงลักษณะของเลื่อยโซ่ยนต์ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงตามที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ยกขึ้นอ้างในฎีกาแต่อย่างใด คำฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20741/2556
พนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ โจทก์
นายอยู่ โจมสติ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ · จำเลย - นายอยู่ โจมสติ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุริยง ลิ้มสถิรานันท์ · พันวะสา บัวทอง · โสภณ โรจน์อนนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ - นายทรงศักดิ์ สุยะลา · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายภาภูมิ สรอัฑฒ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | สว.(อ)176/2553 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา