คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4101/2557
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับที่สองแล้วไม่มาดำเนินการตามที่ศาลชั้นต้นนัดสอบถาม ถือเป็นการทิ้งอุทธรณ์ฉบับที่สองเท่านั้น แต่อุทธรณ์ฉบับแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งรับไว้แล้วยังคงมีผลต่อไป
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับแรก ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ไว้แล้ว ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับที่สอง ศาลชั้นต้นจึงหมายนัดจำเลยและทนายจำเลยมาศาลเพื่อสอบถามว่าจำเลยจะใช้อุทธรณ์ฉบับใด แต่จำเลยและทนายจำเลยเพิกเฉยไม่มาดำเนินการภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด กรณีถือได้ว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 เฉพาะอุทธรณ์ฉบับที่สองเท่านั้น ไม่กระทบถึงอุทธรณ์ฉบับแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ไว้โดยชอบแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 371, 392 และริบของกลาง ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานพาอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 5,000 บาท ฐานทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญ ปรับ 1,000 บาท รวมปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 3,000 บาท และริบของกลาง
จำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับแรก ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับอุทธรณ์ สำเนาให้โจทก์แก้ ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับที่สอง ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 ศาลชั้นต้นหมายนัดจำเลยและทนายจำเลยทั้งสองมาสอบถามว่า จำเลยจะใช้อุทธรณ์ฉบับใด จำเลยและทนายจำเลยได้รับหมายนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า จำเลยทิ้งอุทธรณ์และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งอุทธรณ์ทั้งสองฉบับและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ฉบับแรกของจำเลยแล้ว ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับที่สอง ศาลชั้นต้นได้หมายนัดจำเลยและทนายจำเลยมาศาลเพื่อสอบถามว่า จำเลยจะใช้อุทธรณ์ฉบับใด ปรากฏว่าจำเลยและทนายจำเลยเพิกเฉยไม่มาดำเนินการภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด แม้กรณีนี้ถือได้ว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ก็ตาม แต่ก็เป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์เฉพาะอุทธรณ์ฉบับที่สองของจำเลยเท่านั้น ไม่กระทบถึงอุทธรณ์ฉบับแรกของจำเลยซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ไว้โดยชอบแล้ว ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งอุทธรณ์ฉบับแรกด้วยและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความจึงเป็นการไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นจึงเป็นการไม่ชอบเช่นกัน ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ที่จำหน่ายอุทธรณ์ฉบับแรกของจำเลยลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2555 ออกจากสารบบความ และให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์ฉบับแรกให้แก่โจทก์แก้เพื่อดำเนินการต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4101/2557
พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์
นายอิทธิชัย สุวรรณะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายอิทธิชัย สุวรรณะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · เมทินี ชโลธร · สุพจน์ กิตติรักษนนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายธวัชชัย รัมณะกัจจะ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายวิธูร คลองมีคุณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.2383/2556 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา