⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13054/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13054/2558

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.32, 33, 56 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การต้มใบพืชกระท่อมเพื่อการเสพโดยตรง ไม่ถือเป็นการผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 หากไม่มีการนำไปผสมกับวัตถุอื่นเพื่อเพิ่มฤทธิ์หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคม

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 นิยามคำว่า "ผลิต" หมายความว่า เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายถึงการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุด้วยซึ่งการกระทำความผิดฐานผลิตมีอัตราโทษมากกว่าการมีไว้ในครอบครอง ย่อมต้องมีลักษณะการกระทำที่รุนแรงกว่า การต้มใบพืชกระท่อมของจำเลยจึงเป็นเพียงวิธีการหนึ่งในการเสพ โดยการเปลี่ยนจากการเสพใบสด ๆ มาเป็นการต้มเป็นน้ำเพื่อสะดวกแก่การนำเข้าสู่ร่างกาย ประกอบกับมีปริมาณเป็นจำนวนเล็กน้อย ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีการนำน้ำต้มพืชกระท่อมของกลางไปผสมกับยาแก้ไอหรือน้ำอัดลมเพื่อให้เกิดการมึนเมา ประสาทหลอน และเป็นอันตรายต่อบุคคลในสังคม การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามฟ้องโจทก์ คงมีความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.75 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.75 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.76 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 ม.145 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 ม.180

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 75, 76, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบใบพืชกระท่อมสดที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ หม้อ 1 ใบ ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคสอง ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ลงโทษจำคุก 2 เดือน และปรับ 3,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้คุมความประพฤติของจำเลยไว้โดยกำหนดเงื่อนไข และหากไม่ชำระค่าปรับให้ส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกและอบรมในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีกำหนด 8 วัน ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 145 ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน แต่ให้คืนหม้อ 1 ใบ ของกลางแก่เจ้าของ โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยกระทำผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 นิยามของคำว่า "ผลิต" หมายความว่า เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายรวมถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย การที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยขณะกำลังต้มใบพืชกระท่อมในหม้อ 1 ใบ จนได้น้ำพืชกระท่อมจำนวน 1 ขวด ปริมาตร 1,200 มิลลิลิตร จำเลยรับสารภาพว่า ต้มไว้เพื่อดื่มเอง ไม่ปรากฏว่ามีน้ำพืชกระท่อมบรรจุขวดอื่น ๆ อีกหรือมีเป็นปริมาณมากจนอาจนำไปสู่การจำหน่าย น่าเชื่อว่ามีไว้เพื่อดื่มเอง ซึ่งเหตุผลในการตราพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษและมีการแก้ไขเพิ่มเติม ก็เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษที่รุนแรงขึ้น แก้ไขโทษให้มีความเหมาะสมกับการกระทำความผิดซึ่งการกระทำความผิดฐานผลิตมีอัตราโทษมากกว่าการมีไว้ในครอบครองย่อมต้องมีลักษณะการกระทำที่รุนแรงกว่า การต้มใบพืชกระท่อมของจำเลยจึงเป็นเพียงวิธีการหนึ่ง ในการเสพโดยการเปลี่ยนจากการเสพใบสด ๆ มาเป็นการต้มเป็นน้ำเพื่อความสะดวกแก่การนำเข้าสู่ร่างกายประกอบกับมีปริมาณเป็นจำนวนเล็กน้อย ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีการนำน้ำต้มพืชกระท่อมของกลางไปผสมกับยาแก้ไอ หรือน้ำอัดลม เพื่อให้เกิดการมึนเมา ประสาทหลอนและเป็นอันตรายต่อบุคคลในสังคมตามที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อไปว่า อุทธรณ์ของโจทก์เกี่ยวกับดุลพินิจในการกำหนดโทษต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ เห็นว่า โจทก์อุทธรณ์ว่า หากศาลอุทธรณ์ภาค 8 ฟังว่า จำเลยกระทำความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (โดยการต้มใบพืชกระท่อมเป็นน้ำ) ศาลสามารถปรับบทลงโทษในความผิดฐานดังกล่าวให้หนักขึ้นได้ ส่วนความผิดฐานมีใบพืชกระท่อมสดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 1 กระสอบ (ที่ยังไม่ได้ต้ม) น้ำหนัก 2.20 กิโลกรัม ถือว่ามีจำนวนมาก โทษที่ศาลกำหนดแก่จำเลยจึงยังต่ำไป จึงขอให้กำหนดโทษฐานมีไว้ในครอบครองให้เหมาะสมนั้น เท่ากับโจทก์ติดใจอุทธรณ์ทั้งประเด็นการต้มใบพืชกระท่อมเป็นการกระทำความผิดฐานผลิตหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายและขอปรับโทษให้เป็นฐานผลิต ซึ่งสามารถอุทธรณ์ได้ ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ และโจทก์ติดใจอุทธรณ์ในประเด็นการกำหนดอัตราโทษฐานมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงโดยพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 180 บัญญัติว่า คดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัวได้มีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งแล้วให้อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาเหมือนคดีธรรมดา เว้นแต่... ฯลฯ และมาตรา 6 บัญญัติว่า ให้นำบทบัญญัติแห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแก่คดีเยาวชนและครอบครัวที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ บัญญัติว่า ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริง ในคดีซึ่งอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ... ฯลฯ ดังนั้น เมื่อความผิดฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครอง มีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และคดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยแต่รอการลงโทษไว้ โจทก์อุทธรณ์โดยมิได้มีการอนุญาตหรือรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ตรี เมื่อโจทก์อุทธรณ์เกี่ยวกับดุลพินิจในการกำหนดโทษอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ในข้อหาดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่รับวินิจฉัยให้จึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า สมควรริบหม้อที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ต้มน้ำพืชกระท่อมหรือไม่ เห็นว่าเมื่อยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 จึงถือไม่ได้ว่าหม้อของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาไม่ริบและให้คืนหม้อของกลางแก่เจ้าของ จึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13054/2558 พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระนอง โจทก์ นาย อ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระนอง · จำเลย - นาย อ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · จิรนิติ หะวานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 531/2510ฎีกา 647/2563ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 239/2484ฎีกา 960/2559ฎีกา 5806/2534ฎีกา 893/2563
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ