⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1322/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2558

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4, 6, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 32, 33 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ประกอบกัน ถือเป็นการกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้นต้องริบเป็นของกลาง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 2 ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย โดยนำเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายซึ่งมีผู้ทำซ้ำดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไปบันทึกลงในหน่วยความจำถาวร (Hard Disk) ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความดูแลครอบครองของจำเลยทั้งสอง โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าว โดยใช้วิธีบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ และบรรยายฟ้องในข้อ 3 ว่า เจ้าพนักงานพบเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวซึ่งมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จำเลยทั้งสองทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายอันเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดดังกล่าว เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวในการกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย เมื่อหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถที่จะทำการละเมิดงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้ต้องอาศัยอุปกรณ์อื่นในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดประกอบกันจึงจะสามารถทำซ้ำ ดัดแปลงงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้ กรณีจึงต้องริบเครื่องคอมพิวเตอร์ของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.6 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.8 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.15 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.27 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.30 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.61 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.69 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.74 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.75 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.76

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 30, 61, 69, 74, 75, 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และริบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ของกลาง และให้หน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ของกลางที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 30 (1) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 100,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 50,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 กลับตัวเป็นพลเมืองดี ให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้หน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จำเลยทั้งสองได้ทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำนวน 6 เครื่อง ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และให้จ่ายเงินค่าปรับที่จำเลยที่ 1 ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ข้อเท็จจริงตามฟ้องไม่ปรากฏว่ามีส่วนอื่นใดของเครื่องคอมพิวเตอร์นอกจากหน่วยความจำของเครื่องที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไว้เป็นส่วนที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ในการกระทำความผิดตามฟ้องอย่างไร จึงไม่ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง นอกเหนือจากส่วนที่เป็นหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าว โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายตามฟ้องอันพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) หรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 2 ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยทั้งสองร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย โดยนำเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชื่อ AutoCAD 2007, AutoCAD 2009 และ Autodesk 3ds Max 2010 ของผู้เสียหายซึ่งมีผู้ทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไปบันทึกลงในหน่วยความจำถาวร (Hard Disk) ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความดูแลครอบครองของจำเลยทั้งสองจำนวน 6 เครื่อง โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย โดยใช้วิธีบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ และได้บรรยายฟ้องในข้อ 3 ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุเจ้าพนักงานพบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ดังกล่าวซึ่งมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จำเลยทั้งสองได้ทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายอันเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดดังกล่าว เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องในการกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องไม่ปรากฏว่ามีส่วนอื่นใดของเครื่องคอมพิวเตอร์นอกจากหน่วยความจำของเครื่องที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไว้เป็นส่วนที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ในการกระทำความผิดตามฟ้องอย่างไร จึงไม่ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง นั้น เมื่อหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถที่จะทำการละเมิดงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้ ต้องอาศัยอุปกรณ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเช่นระบบประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบกันจึงจะสามารถทำซ้ำ ดัดแปลงงานดังกล่าวอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้ คำวินิจฉัยของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดังกล่าวจึงไม่ชอบ ส่วนคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องดังกล่าวในการทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายด้วยวิธีการอย่างไร จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่ได้กล่าวในฟ้องหรือประสงค์ให้ลงโทษ ลำพังแต่การตรวจพบว่าในหน่วยความจำถาวร (Hard Disk) ซึ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องของจำเลยทั้งสองยังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องในการทำซ้ำ ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายนั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 2 โดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องเป็นอุปกรณ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลงงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยวิธีบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง และมีคำขอให้ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง และจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้อง กรณีจึงไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยให้ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาไม่ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2558 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชัยศิลป์ ดีไซน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชัยศิลป์ ดีไซน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพาฬ อนมาน · นวลน้อย ผลทวี · ไมตรี สุเทพากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางสาวสุจินต์ เจนพาณิชพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำทก.(อ)156/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1837/2531ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 531/2510ฎีกา 647/2563ฎีกา 4519/2544ฎีกา 239/2484ฎีกา 2936/2543ฎีกา 960/2559ฎีกา 5806/2534ฎีกา 893/2563ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3588/2564ฎีกา 8651/2558ฎีกา 16561/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา